ก่อนผมซื้อตัดสินใจซื้อเครื่องคั่วกาแฟ Gene Cafe’ ผมหาข้อมูลค่อนข้างมากเหมือนกัน แ่ต่ส่วนมากจะเป็นคลิปในยูทูป แต่ไม่มีที่ไหนให้ลายละเอียดกระบวนการอย่างละเอียดเลย และถ้าเป็นเวปไทยก็ลืมไปได้เลย แทบจะไม่มี
บลอกนี้จึงขออาสานำมารีวิว ให้คนที่สนใจอยากคั่วกาแฟกินเองที่บ้านได้เป็นตัวเลือกกัน (ผิดถูกประการใดขออภัยด้วย)
กาแฟที่จะใช้วันนี้เป็น สารกาแฟจากเทพเสด็จที่ซื้อต่อมาจากพี่อุดมชัย เมื่อปีก่อน สภาพภายนอกสมบูรณ์ดี เกรดเมล็ดกาแฟเป็นแบบปนๆกัน แต่ส่วนมากจะเป็นเมล็ดค่อนข้างได้มาตราฐานระดับ A
ชั่งน้ำหนักก่อนคั่วที่ 150 กรัม สำหรับการรีวิวครั้งนี้ โดยที่ปกติเครื่อง Gene สามารถคั่วได้มากสุดครั้งล่ะ 300 กรัม แต่ผมยัีงไม่เคยลองคั่วเยอะขนาดนั้น

มาดูลานคั่วกาแฟเล็กๆ จากด้านซ้ายคือถาดรอใส่กาแฟเมื่อคั่วเสร็จ ผ้าเอาไว้้จับโถตอนคั่วเสร็จเพราะร้อนมาก ที่วางโถใส่กาแฟ ที่นั่งมองกาแฟกาแฟตอนคั่ว และที่ขาดไม่ได้สำหรับเมืองร้อนคือ พัดลม จุดประสงค์หลังคือช่วยตอน cooling จุดประสงค์รองคือ พัดคนคั่วกาแฟ เพราะอากาศร้อนนั้นเอง

ขั้นตอนต่อไปก็ใส่สารกาแฟลงในโถ และใส่โถลงในเครื่อง จากนั้นตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องภายนอกว่า ไม่มีอะไรผิดปกติ จากนั้นกดปุ่มสีฟ้าเปิดเครื่องกันเลย

กดแล้วจะมีเสียงดัง ตื๊ด 1 ครั้ง เครื่องจะแสดงอุณภูมิห้องขึ้นมาให้เราทราบประมาณ 3 วินาที จากนั้นจะขึ้นอุณภูมิครั้งสุดท้ายที่เราสั่งเครื่องคั่วในครั้งก่อนให้เราทราบ

เครื่องจะขึ้นอุณภูมิการคั่วครั้งสุดท้ายค้างไว้ เราก็หมุนปุ่มสีแดงเพื่อปรับอุณภูมิ และหมุนปุ่มสีฟ้าเพื่อปรับเวลา เมื่อเรียบร้อยแล้วก็กดปุ่มสีแดงเพื่อเริ่มกระบวนการคั่ว จะมีเสียงดังตื๊ด 1 ครั้้งเป็นการรับทราบคำสั่ง

ขณะคั่วกาแฟเราสามารถลด – เพิ่ม อุณภูมิ หรือ ลด – เพิ่ม เวลาได้ทันทีในขณะคั่ว
ในระหว่างการคั่วเครื่องจะแสดงอุณภูมิในโถกาแฟขณะนั้น และอุณภูมิเป้าหมายที่เราตั้งไว้ สลับกันไปมา
เครื่องจะคำนวณอุณภูมิกับเวลาให้พอดีกัน เพราะฉะนั้นเมื่อเราเปลี่ยนอุณภมิหรือเวลาตอนคั่ว เครื่องจะคำนวณความร้อนและความเร็วลมใหม่ให้เอง

ความร้อนที่ได้ค่อนข้างแรงเลยทีเดียว มองจากมุมนี้เข้าไปจะเห็นว่าใช้ความร้อนเต็มที่

ขั้นตอนการ cooling
เมื่อหมดเวลาเครื่องจะเข้าสู่กระบวนการเป่าให้กาแฟเย็นตัวหรือเรียกง่ายๆว่า cooling โดยเครื่องจะเป่าลมเย็นเข้าไป จนกว่าอุณภูมิจะถึง 60 องศา [ตัวเลขอุณภูมิกลายเป็น COL] แต่ตามตำราที่ได้อ่านมาบอกว่า เมื่อสิ้นสุดกระบวนการคั่วกาแฟ ต้องทำให้กาแฟเย็นให้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นอาจจะใช้วิธีลัด
กดปุ่มสีแดง 1 ครั้งเครื่องจะขึ้น SEP เครื่องจะเป่าเร็วขึ้นและหยุดที่อุณภูมิ 100 องศา

แต่ถ้าอยากให้เครื่องหยุด cooling ทันที ก็กดปุ่มสีแดงค้างเอาไว้ จะขึ้นตัว E [Emergency] เครื่องจะหยุดหมุน แต่จะยังเป่าลมเย็นอยู่ ให้กดปุ่มสีแดงอีกครั้งให้หยุดเป่า และกดปุ่มสีฟ้าเพื่อปิดเครื่อง

จากนั้นเราจะทำการ cooling เองแบบดิบๆ คือเอาใส่้ถาดและจ่อพัดลมเบอร์แรงสุด เอามืิือกระจายๆให้ลมเข้าถึงทุกจุดจะช่วยได้เร็วมาก เมื่อกาแฟเย็นแล้ว ก็หมุนพัดลมไปพัดเครื่องคั่วต่อให้เย็น

เนื่องจากกระบวนการคั่วทำให้ความชื้นในสารกาแฟระเหยออกไป และมีการขยายตัว จึงทำให้จากรูปแรกที่มีปริมาณครึ่งแก้ว พอคั่วเสร็จปริมาณกลับล้นแก้วออกมา น้ำหนักตอนแรก 150 กรัม เมื่อเสร็จเหลือ 122.2 กรัม หายไปประมาณ 18.53 %

คั่วออกมาเกือบเข้ม น่าจะยังไม่ถึงแคร๊กที่สอง ก็เอาออกมาก่อน กลัวมันจะไหม้ เพราะจะนำไปดริปกินตอนเช้า

สรุปแล้วคุณภาพที่ออกมาก็พอรับได้ คงต้องทำความรู้จักกับมันเพิ่มขึ้น ขอให้ทุกคนมีความสุขในการคั่วและการดื่มกาแฟกันนะครัีบ
#1 by พร on February 2nd, 2010 - 3:06 am
ขอแสดงความยินดีสำหรับเครื่องคั่วที่ใช้งานได้แล้วครับ ใช้ถนอมๆ มันหน่อยนะครับ คุณภาพกาแฟที่คั่วได้ผมว่าดีทีเดียวครับ ค่อยๆ ลองเล่นกับอุณหภูมิมันไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็หาจุดที่ลงตัวได้ครับ
#2 by skipper on February 2nd, 2010 - 9:29 am
@พร
ขอบคุณครับหมอพร ที่ให้คำแนะนำในตอนนั้น ไม่อย่างนั้นคงไขปัญหาได้ยาก
#3 by bag on February 4th, 2010 - 11:55 pm
ดีขึ้นกว่าครั้งแรก เอาใจช่วย สู้ๆ
#4 by natenin on August 30th, 2010 - 7:41 pm
หาซื้อเครื่องคั่วกาแฟขนาดเล็กนี้ได้ที่ไหนคะ น่าสนใจมากคะ ไม่ได้ซื้อไปคั่วขายนะคะ พอดีคุณพ่อปลูกกาแฟไว้ที่สวน เลยอยากลองคั่วกาแฟที่ปลูกไว้ดูคะว่ารสชาดจะเป็นอย่างไร
เอาไว้ทานเองหนะคะ
#5 by skipper on August 31st, 2010 - 11:12 pm
ถ้าีที่เมืองไทยลองติดต่อ http://www.bluekoff.com/ ดูนะครับ เห็นว่านำเข้ามาอีกครั้ง