<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>CuppaCafeic Coffee Blog</title>
	<atom:link href="http://www.cuppacafeic.com/blog/Index.php?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.cuppacafeic.com/blog</link>
	<description>สำหรับทุกคนที่หลงใหลกาแฟ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 31 Aug 2010 16:10:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>The Grand Barista Championship Thailand 2010</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=451</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=451#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 16:06:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[GBCT]]></category>
		<category><![CDATA[Trip]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=451</guid>
		<description><![CDATA[&#8230; ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน The Grand Barista Championship Thailand 2010 รอบชิงชนะเลิศที่จัดขึ้นที่ สยามพารากอน ชั้น 4 ผมมีโอกาสได้ไปร่วมชมและชิมกาแฟที่เจ้าหน้าที่ได้ชงแจกกันในงาน ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผมมากๆ ผลการแข่งขันผู้ที่ชนะเลิศคือ พชริดา จาก แบล็คแคนยอน ติดตามชมคะแนนได้ที่ http://www.gbcthailand.com/result.html กรรมการกำลังพิจรณาการให้คะแนน หมอพรใจเย็นมาก ขนาดเครื่องบดมีปัญหายังใจเย็นแก้ไขปัญหาไปได้ ไม่มีสั่น ของคุณเชาว์ ไอเดียเจ๋งมากๆ โดยรวมเท่าที่ดูในงาน ต้องขอบอกจากสายตาว่า ทาง แบล็คแคนยอน เตรียมมาพร้อมว่าผู้แข่งคนอื่นๆ มีการซ้อมการพูดมาเป็นจังหวะอย่างดี และครั้งนี้ผมสังเกตุเห็นอุปสรรคของผู้แข่งคือ แสงสปอตไลท์ที่แรงและร้อนมาก เสียงไมค์ที่ไม่ค่อยได้ยิน เพราะฉะนั้นตอนแข่งจะร้อนกว่าปกติ แล้วต้องพูดให้ชัด ไม่อย่างนั้นเสียงจะหาย ซึ่งงานนี้ใครพลาดน้อยสุดจะได้ผลคะแนนที่ดีกว่าออกมา ************************************************* เวลาที่เหลือผมก็ออกเดินทางไปชิมกาแฟนิดๆหน่อยนะครับ ขอนำภาพมาลงให้ได้ดูกัน เครื่องชง sysneso ที่รู้สึกจะมีเครื่องเดียวในไทย รสชาติออกมาสมราคา // มาทีหลังว่าร้านี้ห้ามถ่ายรูป แต่ของนำมาลงนิดนึงนะครับ ร้าน Bubble Cafe&#8217; อยู่ เจเจ โครงการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100831_GBC/01.jpg" alt="" />&#8230;</p>
<p>ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน The Grand Barista Championship Thailand 2010<strong> </strong>รอบชิงชนะเลิศที่จัดขึ้นที่ สยามพารากอน ชั้น 4 ผมมีโอกาสได้ไปร่วมชมและชิมกาแฟที่เจ้าหน้าที่ได้ชงแจกกันในงาน ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผมมากๆ</p>
<p>ผลการแข่งขันผู้ที่ชนะเลิศคือ พชริดา จาก แบล็คแคนยอน ติดตามชมคะแนนได้ที่ <a href="http://www.gbcthailand.com/result.html">http://www.gbcthailand.com/result.html</a><span id="more-451"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100831_GBC/02.jpg" alt="" /><br />
กรรมการกำลังพิจรณาการให้คะแนน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100831_GBC/03.jpg" alt="" /><br />
หมอพรใจเย็นมาก ขนาดเครื่องบดมีปัญหายังใจเย็นแก้ไขปัญหาไปได้ ไม่มีสั่น</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100831_GBC/04.jpg" alt="" /><br />
ของคุณเชาว์ ไอเดียเจ๋งมากๆ</p>
<p>โดยรวมเท่าที่ดูในงาน ต้องขอบอกจากสายตาว่า ทาง แบล็คแคนยอน เตรียมมาพร้อมว่าผู้แข่งคนอื่นๆ มีการซ้อมการพูดมาเป็นจังหวะอย่างดี</p>
<p>และครั้งนี้ผมสังเกตุเห็นอุปสรรคของผู้แข่งคือ แสงสปอตไลท์ที่แรงและร้อนมาก เสียงไมค์ที่ไม่ค่อยได้ยิน เพราะฉะนั้นตอนแข่งจะร้อนกว่าปกติ แล้วต้องพูดให้ชัด ไม่อย่างนั้นเสียงจะหาย ซึ่งงานนี้ใครพลาดน้อยสุดจะได้ผลคะแนนที่ดีกว่าออกมา</p>
<p style="text-align: center;">*************************************************</p>
<p>เวลาที่เหลือผมก็ออกเดินทางไปชิมกาแฟนิดๆหน่อยนะครับ ขอนำภาพมาลงให้ได้ดูกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100831_GBC/05.jpg" alt="" /><br />
เครื่องชง sysneso ที่รู้สึกจะมีเครื่องเดียวในไทย รสชาติออกมาสมราคา // มาทีหลังว่าร้านี้ห้ามถ่ายรูป แต่ของนำมาลงนิดนึงนะครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100831_GBC/06.jpg" alt="" /><br />
ร้าน Bubble Cafe&#8217; อยู่ เจเจ โครงการ 3 ด้านหน้าร้านเป็นกาแฟโบราณบังอยู่ (ร้านเดียวกัน)</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100831_GBC/07.jpg" alt="" /><br />
อีกหนึ่งร้านแนวๆ บรรยากาศดีมาก ขอยืนยัน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100831_GBC/08.jpg" alt="" /><br />
คาปูชิโน่ร้อนแก้วเล็ก กินกับเค้ก อร่อยมาก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=451</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำชม  Praise</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=447</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=447#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Aug 2010 15:31:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=447</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ได้เทนาน หัวใจเบี้ยวเลยครับ (เหมือนคนเทที่หัวใจเปล่าเปลี่ยว) ช่วงแรกที่เปิดร้าน ลูกค้าส่วนใหญ่ผมจะญาติๆและเพื่อน และเพื่อนของเพื่อน ของเพื่อนๆๆ ชวนกันมาอีกที  ผมก็จะทะยอยถามเรื่องรสชาติว่าถูกปากหรือต้องแก้ไขอะไรอีกบ้างหรือไม่ ซึ่งในตอนนั้นผมยังชงกาแฟเย็นในแบบที่ไม่ใส่นมข้นหวาน หลายคนจะยังปรับตัวรับไม่ค่อยได้  ผมต้องใช้เวลาเกือบเดือนในการหาสูตรความลงตัวของตัวเอง กว่าจะได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วๆไป ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังใช้สูตรนั้นอยู่  หลายครั้งต่อหลายครั้งที่มีลูกค้าที่เป็นคนไม่รู้จักมาชิมและบอกว่า &#8220;อร่อย&#8221; มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆเลยนะครับ ผมเชื่อว่าหลายๆคนต้องการได้ยินคำนี้โดยไม่ต้องซักถาม  แต่ก็มีบ้างที่โดนคอมเม้นมาทำนองว่า &#8220;กาแฟขมติดปาป&#8221; &#8220;ขมไป&#8221; &#8220;หวานไป&#8221; &#8220;จืดไป&#8221; ผมค่อนข้างที่จะซีเรียสในคอมเม้นส่วนนี้มากกว่าคำชม เพราะทุกคนที่พูดมานั้น เป็นการบอกด้วยความหวังดี มากกว่าจะหาเรื่องตำหนิ ซึ่งในส่วนนี้ผมก็ดำเนินการแก้ไขไปเป็นเรื่องๆ (ต้องจำลูกค้านั้นไว้เป็นพิเศษ เช่นคนนี้กินหวานมากกกก เป็นต้น) ที่ร้านผมจะชิมทดสอบรสชาติของกาแฟ และเครื่องดื่มต่างๆแบบสุ่มๆ ทั้งร้อนและเย็น แต่กาแฟจะเน้นทดสอบรสชาติมากกว่าปกติ หลายครั้งที่ผมชิมกาแฟเย็นแล้วได้รสชาติที่ติดกลิ่นสาปไหม้นิดๆ หรือความเปรี้ยวระดับขมๆ (ไม่รู้ว่าจะบรรยายว่าไง) แต่ลูกค้าบอกว่ากาแฟอร่อยจังวันนี้  จะทำให้ผมมึนๆตลอดเลยว่า ที่ทำมาตลอดมันใช่อย่างที่เราต้องการแน่หรือเปล่า แล้ววันที่เราทดสอบแล้วว่ามันอร่อยกับลิ้นเรา มันอร่อยกับลิ้นลูกค้าหรือเปล่า อันนี้สำคัญมาก บางวันผมจะซื้อกาแฟจากโรงคั่วอื่นมาชงขายแบบไม่สนขาดทุน (กาแฟนอกขายแก้ว 25 บาท) ผมทดสอบเอสเพรสโซ่ และมันแจ่มมาก กาแฟร้อนใส่นมนี้แจ่ม กาแฟเย็นก็โอเคๆ ไม่ติดกลิ่นขมมากไป ได้ความหอมของกาแฟ แต่.. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100808_.jpg" alt="" /><br />
<em><span style="color: #808080;">ไม่ได้เทนาน หัวใจเบี้ยวเลยครับ (เหมือนคนเทที่หัวใจเปล่าเปลี่ยว)</span></em></p>
<p>ช่วงแรกที่เปิดร้าน ลูกค้าส่วนใหญ่ผมจะญาติๆและเพื่อน และเพื่อนของเพื่อน ของเพื่อนๆๆ ชวนกันมาอีกที  ผมก็จะทะยอยถามเรื่องรสชาติว่าถูกปากหรือต้องแก้ไขอะไรอีกบ้างหรือไม่ ซึ่งในตอนนั้นผมยังชงกาแฟเย็นในแบบที่ไม่ใส่นมข้นหวาน หลายคนจะยังปรับตัวรับไม่ค่อยได้  ผมต้องใช้เวลาเกือบเดือนในการหาสูตรความลงตัวของตัวเอง กว่าจะได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วๆไป ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังใช้สูตรนั้นอยู่  หลายครั้งต่อหลายครั้งที่มีลูกค้าที่เป็นคนไม่รู้จักมาชิมและบอกว่า &#8220;อร่อย&#8221; มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆเลยนะครับ ผมเชื่อว่าหลายๆคนต้องการได้ยินคำนี้โดยไม่ต้องซักถาม  แต่ก็มีบ้างที่โดนคอมเม้นมาทำนองว่า &#8220;กาแฟขมติดปาป&#8221; &#8220;ขมไป&#8221; &#8220;หวานไป&#8221; &#8220;จืดไป&#8221; ผมค่อนข้างที่จะซีเรียสในคอมเม้นส่วนนี้มากกว่าคำชม เพราะทุกคนที่พูดมานั้น เป็นการบอกด้วยความหวังดี มากกว่าจะหาเรื่องตำหนิ ซึ่งในส่วนนี้ผมก็ดำเนินการแก้ไขไปเป็นเรื่องๆ (ต้องจำลูกค้านั้นไว้เป็นพิเศษ เช่นคนนี้กินหวานมากกกก เป็นต้น)</p>
<p><span id="more-447"></span>ที่ร้านผมจะชิมทดสอบรสชาติของกาแฟ และเครื่องดื่มต่างๆแบบสุ่มๆ ทั้งร้อนและเย็น แต่กาแฟจะเน้นทดสอบรสชาติมากกว่าปกติ หลายครั้งที่ผมชิมกาแฟเย็นแล้วได้รสชาติที่ติดกลิ่นสาปไหม้นิดๆ หรือความเปรี้ยวระดับขมๆ (ไม่รู้ว่าจะบรรยายว่าไง) แต่ลูกค้าบอกว่ากาแฟอร่อยจังวันนี้  จะทำให้ผมมึนๆตลอดเลยว่า ที่ทำมาตลอดมันใช่อย่างที่เราต้องการแน่หรือเปล่า แล้ววันที่เราทดสอบแล้วว่ามันอร่อยกับลิ้นเรา มันอร่อยกับลิ้นลูกค้าหรือเปล่า อันนี้สำคัญมาก</p>
<p>บางวันผมจะซื้อกาแฟจากโรงคั่วอื่นมาชงขายแบบไม่สนขาดทุน (กาแฟนอกขายแก้ว 25 บาท) ผมทดสอบเอสเพรสโซ่ และมันแจ่มมาก กาแฟร้อนใส่นมนี้แจ่ม กาแฟเย็นก็โอเคๆ ไม่ติดกลิ่นขมมากไป ได้ความหอมของกาแฟ แต่.. ลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่เห็นความแตกต่างเพียงพอ อาจจะเป็นเพราะกาแฟเย็นด้วยก็ได้ ทำให้แยกความแตกต่างได้ยาก</p>
<p>การพัฒนาคุณภาพต่อไปของผมตอนนี้รีบตีบตัน สูตรและเทคนิคทุกอย่าง ผมงัดเอาของมาใช้เท่าที่ปัญญาน้อยๆๆๆ อย่างผมจะพึ่งมี ตอนนี้ที่นึกออกคือ เพิ่มเครื่องบดมาแยกร้อนและเย็น และแน่นอนว่าต้องเปลี่ยนเครื่องชง รวมถึงเพิ่มราคา ซึ่งไม่ค่อยอยากทำเท่าไรเลย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=447</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาแฟโบราณสดๆ [Thai Old Coffee]</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=445</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=445#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Jun 2010 15:51:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[old coffee;กาแฟโบราณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=445</guid>
		<description><![CDATA[เคยคิดเหมือนกันทำไมกาแฟโบราณต้องใช้กาแฟที่คั่วแบบโบราณโดยเฉพาะ  ถ้าใช้กาแฟคั่วแบบสากลมาลองชงแบบโบราณบ้างจะเป็นยัง  วันนี้ว่างๆ ผมเลยลองทำการทดลองดูครับ  เริ่มด้วยการนำถุงกาแฟไปลวกน้ำร้อนก่อนเลย กาแฟที่ใช้ครั้งนี้เป็นเทพเสด็จ คั่วโดยร้าน Mr.Lee คั่วเมื่อสองอาทิตย์ก่อน เลยเห็นน้ำมันออกมาบ้างครับ บดออกมาค่อนข้างหยาบเลียนแบบกาแฟโบราณ นำมาชงแบบ เทไป เทมา แล้วแช่ไว้ซักสามนาที กลิ่นที่ได้ก็หอมแบบกาแฟสดนะครับ น้ำกาแฟที่ได้ออกมา จะใกล้เคียงกับการชงด้วย french press มีตะกอนออกมาบ้างเล็กน้อย ได้น้ำกาแฟมาแล้วก็ชงกับนมข้นหวานและน้ำตาลตามใจชอบ ได้กาแฟใส่กระติกไปกินที่ทำงานครับ มาว่ากันถึงเรื่องรสชาติ ผมรู้สึกว่ามัน ใช้งานไม่ได้เลยครับ อาจจะเป็นเพราะไม่ใช่กาแฟคั่วเข้มบวกกับบดหยาบไปให้กาแฟออกโดนนมข้นหวานกลบกลิ่นไปเยอะกว่าปกติ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100630_oldcoffee/01.jpg" alt="" /></p>
<p>เคยคิดเหมือนกันทำไมกาแฟโบราณต้องใช้กาแฟที่คั่วแบบโบราณโดยเฉพาะ  ถ้าใช้กาแฟคั่วแบบสากลมาลองชงแบบโบราณบ้างจะเป็นยัง  วันนี้ว่างๆ ผมเลยลองทำการทดลองดูครับ  เริ่มด้วยการนำถุงกาแฟไปลวกน้ำร้อนก่อนเลย</p>
<p style="text-align: center;">
<span id="more-445"></span><img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100630_oldcoffee/02.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;">กาแฟที่ใช้ครั้งนี้เป็นเทพเสด็จ คั่วโดยร้าน Mr.Lee คั่วเมื่อสองอาทิตย์ก่อน เลยเห็นน้ำมันออกมาบ้างครับ</p>
<p style="text-align: center;">
<img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100630_oldcoffee/03.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;">บดออกมาค่อนข้างหยาบเลียนแบบกาแฟโบราณ</p>
<p style="text-align: center;">
<img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100630_oldcoffee/04.jpg" alt="" /></p>
<p>นำมาชงแบบ เทไป เทมา แล้วแช่ไว้ซักสามนาที กลิ่นที่ได้ก็หอมแบบกาแฟสดนะครับ น้ำกาแฟที่ได้ออกมา จะใกล้เคียงกับการชงด้วย french press มีตะกอนออกมาบ้างเล็กน้อย</p>
<p style="text-align: center;">
<img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100630_oldcoffee/05.jpg" alt="" /></p>
<p>ได้น้ำกาแฟมาแล้วก็ชงกับนมข้นหวานและน้ำตาลตามใจชอบ ได้กาแฟใส่กระติกไปกินที่ทำงานครับ</p>
<p>มาว่ากันถึงเรื่องรสชาติ ผมรู้สึกว่ามัน ใช้งานไม่ได้เลยครับ อาจจะเป็นเพราะไม่ใช่กาแฟคั่วเข้มบวกกับบดหยาบไปให้กาแฟออกโดนนมข้นหวานกลบกลิ่นไปเยอะกว่าปกติ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=445</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>1 year anniversary</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=441</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=441#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Jun 2010 15:47:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=441</guid>
		<description><![CDATA[เปิดร้านมาครบรอบ 1 ปี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ทีี่ผ่านมา  ก็ผ่านมาได้อย่างทีี่ตั้งใจเอาไว้ ว่าไม่ว่าจะเิกิดอะไรขึ้นก็ต้องเปิดให้ครบหนึ่งปีให้ได้ จะว่าไปแล้วก็เร็วเหมือนกันกับเวลาหนึ่งปีของร้านนี้ ประสบณ์หนึ่งปีจากร้านผมได้อะไรมากมาย ได้สัมผัสการชงกาแฟขายให้คนอื่น ต้องพยายามเดาใจความต้องการรสชาติของคนนั้นๆ จากที่ชงกินเองตามใจตนเอง เป็นต้น  แต่นี้เป็นแค่เรื่องกาแฟที่ได้รับประการณ์การชงเพิ่ม แต่เรื่องอื่นที่ได้ทำมามันผ่านคำสั้นๆว่า อดทน ผมเชื่อเลยว่าถ้าเป็นคนอื่นคงถอดใจปิดร้านไปนานแล้ว ดูง่ายๆอย่างร้านตู้โค้กและร้านจิ้มจุ่มที่เปิดหลังผม แต่ตอนนี้ได้ปิดตัวและย้ายไปขายที่อื่นแล้ว คงมีเพียงคำเดียวที่ทำให้ผมทำต่อไปได้คือ ต้องใจรักอย่างเดียว เพราะถ้าให้ผมไปขายอาหารตามสั่งผมคงปิดร้าน เอาวันหยุดไปเที่ยวเล่นเหมือนเดิมจะดีกว่า บทเรียนที่ได้จาการเรียนชงกาแฟนั้นไม่เพียงต่อการต้านทานพลังแง่ลบในด้านต่างๆและปัญหานานับประการณ์ีที่จะเจอเื่มื่อเปิดร้าน การดูแลระบบทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ทำให้เหนื่อยมากๆ และตอนนี้ผมต้องคั่วกาแฟเอง ทำให้เวลาส่วนตัวผมแทบหมดไปเลย (ครึ่ง กก. ใช้เวลา 1.5 ชม.) มันเป็นความรู้สึกที่แปลกๆ เมื่อเพื่อนๆมาเห็นผมยืนชงกาแฟอยู่แบบนี้แทนที่จะไปนั่งทำงานเขียนโปรแกรมที่ออฟฟิต &#8230;ผมยอมรับเลยว่าทำให้รู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง แต่ก็ยังดีที่ทำเป็นงานอดิเรก(แบบจริงจัง)อยู่ ช่วงนี้ร้านเริ่มมีระบบที่ดีขึ้น และรสชาิติที่คงที่ ลูกค้าเริ่มบอกกันปากต่อปาก บวกกับเริ่มเปิดเทอม ทำให้มียอดดีขึ้นมาบ้างให้หายเหนื่อย  ยังไงก็จะขอพัฒนาคุณภาพของร้านนี้ให้มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยเท่าที่ความสามารถของผมจะทำได้นะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100613_1year.jpg" alt="" /></p>
<p><span id="more-441"></span>เปิดร้านมาครบรอบ 1 ปี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ทีี่ผ่านมา  ก็ผ่านมาได้อย่างทีี่ตั้งใจเอาไว้ ว่าไม่ว่าจะเิกิดอะไรขึ้นก็ต้องเปิดให้ครบหนึ่งปีให้ได้ จะว่าไปแล้วก็เร็วเหมือนกันกับเวลาหนึ่งปีของร้านนี้</p>
<p>ประสบณ์หนึ่งปีจากร้านผมได้อะไรมากมาย ได้สัมผัสการชงกาแฟขายให้คนอื่น ต้องพยายามเดาใจความต้องการรสชาติของคนนั้นๆ จากที่ชงกินเองตามใจตนเอง เป็นต้น  แต่นี้เป็นแค่เรื่องกาแฟที่ได้รับประการณ์การชงเพิ่ม แต่เรื่องอื่นที่ได้ทำมามันผ่านคำสั้นๆว่า อดทน</p>
<p>ผมเชื่อเลยว่าถ้าเป็นคนอื่นคงถอดใจปิดร้านไปนานแล้ว ดูง่ายๆอย่างร้านตู้โค้กและร้านจิ้มจุ่มที่เปิดหลังผม แต่ตอนนี้ได้ปิดตัวและย้ายไปขายที่อื่นแล้ว คงมีเพียงคำเดียวที่ทำให้ผมทำต่อไปได้คือ ต้องใจรักอย่างเดียว เพราะถ้าให้ผมไปขายอาหารตามสั่งผมคงปิดร้าน เอาวันหยุดไปเที่ยวเล่นเหมือนเดิมจะดีกว่า</p>
<p>บทเรียนที่ได้จาการเรียนชงกาแฟนั้นไม่เพียงต่อการต้านทานพลังแง่ลบในด้านต่างๆและปัญหานานับประการณ์ีที่จะเจอเื่มื่อเปิดร้าน การดูแลระบบทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ทำให้เหนื่อยมากๆ และตอนนี้ผมต้องคั่วกาแฟเอง ทำให้เวลาส่วนตัวผมแทบหมดไปเลย (ครึ่ง กก. ใช้เวลา 1.5 ชม.)</p>
<p>มันเป็นความรู้สึกที่แปลกๆ เมื่อเพื่อนๆมาเห็นผมยืนชงกาแฟอยู่แบบนี้แทนที่จะไปนั่งทำงานเขียนโปรแกรมที่ออฟฟิต &#8230;ผมยอมรับเลยว่าทำให้รู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง แต่ก็ยังดีที่ทำเป็นงานอดิเรก(แบบจริงจัง)อยู่</p>
<p>ช่วงนี้ร้านเริ่มมีระบบที่ดีขึ้น และรสชาิติที่คงที่ ลูกค้าเริ่มบอกกันปากต่อปาก บวกกับเริ่มเปิดเทอม ทำให้มียอดดีขึ้นมาบ้างให้หายเหนื่อย  ยังไงก็จะขอพัฒนาคุณภาพของร้านนี้ให้มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยเท่าที่ความสามารถของผมจะทำได้นะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=441</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Espresso</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=437</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=437#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Jun 2010 13:59:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[coffee;espresso]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=437</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้้เนื่องจากรถส่งน้ำแข็งมาส่งน้ำแข็งช้า และลูกค้าผมมาเรียนเร็วกว่าปกติ ทำให้ต้องขอให้เลือกเป็นเมนูร้อน ซึ่งพอจะกินได้ในช่วงเช้าๆเพราะเมื่อคืนฝนตก ตอนเช้าอากาศเย็นๆ และลูกค้าต้องเข้าไปนั่งเรียนในห้องเรียนเย็นๆ ทำให้เปลี่ยนเมนูจากเย็นเป็นร้อนได้ แต่ผมแปลกใจที่ลูดกค้าส่วนใหญ่้เลือกสั่ง เอสเพรสโซ่ร้อน (อาจจะเพราะความเคยชินกับเมนูเย็น และราคาแก้วล่ะ 15 บาท บนเมนู) ผมต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่าจะมันคือกาแฟแก้วเล็กๆรสชาติเข้มข้น ที่ออกมาจากก้านชง(ชี้ให้ดู)  แต่ส่วนใหญ่ก็จะกินกันได้ แต่อาจจะต้องใส่น้ำตาลลงไปมากหน่อย ผมที่ชงเองและเคยชิมบ่อยๆจะเข้าใจรสชาติดีว่ามันจะหนักไปทางรสเข้มข้นและติดเปรี้ยวมาบ้าง แต่จะไม่มีกลิ่นไหม้ เพราะตอนคั่วจะเน้นในส่วนของบอดี้ ส่วนรสเปรี้ยวเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงยากเหลือเกินสำหรับกาแฟไทย ที่อาจจะต้องและรสเปรี้ยวที่หายไปกับกลิ่นดาร์คโรสไหมๆ ถ้าผมเห็นว่าเป็นผู้ชิมกาแฟร้อนหน้าใหม่ผมจะพยายามอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆบางส่วน ให้เค้าเข้าใจกระบวนของรสชาติ ซึ่งถ้าเป็นเอสเพรสโซ่จะรับรสชาตินั้นไปเต็มๆ (ก่อนเติมน้ำตาล) อันที่จริงผมก็อยากทำเอสเพรสโซ่ออกมาให้ได้รสชาติดีๆ ไม่ติดรสขมและเปรี้ยวมากนัก แต่คงจะต้องพึ่งเครื่องบดอีกซักตัว แต่ติดพื้นที่บนบาร์และงบประมาณ ทำให้ต้องเลือกเมล็ดกาแฟสำหรับกาแฟเย็นเป็นหลักเหมือนเดิม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100606_.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: left;">วันนี้้เนื่องจากรถส่งน้ำแข็งมาส่งน้ำแข็งช้า และลูกค้าผมมาเรียนเร็วกว่าปกติ ทำให้ต้องขอให้เลือกเป็นเมนูร้อน ซึ่งพอจะกินได้ในช่วงเช้าๆเพราะเมื่อคืนฝนตก ตอนเช้าอากาศเย็นๆ และลูกค้าต้องเข้าไปนั่งเรียนในห้องเรียนเย็นๆ ทำให้เปลี่ยนเมนูจากเย็นเป็นร้อนได้</p>
<p style="text-align: left;">แต่ผมแปลกใจที่ลูดกค้าส่วนใหญ่้เลือกสั่ง เอสเพรสโซ่ร้อน (อาจจะเพราะความเคยชินกับเมนูเย็น และราคาแก้วล่ะ 15 บาท บนเมนู) ผมต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่าจะมันคือกาแฟแก้วเล็กๆรสชาติเข้มข้น ที่ออกมาจากก้านชง(ชี้ให้ดู)  แต่ส่วนใหญ่ก็จะกินกันได้ แต่อาจจะต้องใส่น้ำตาลลงไปมากหน่อย ผมที่ชงเองและเคยชิมบ่อยๆจะเข้าใจรสชาติดีว่ามันจะหนักไปทางรสเข้มข้นและติดเปรี้ยวมาบ้าง แต่จะไม่มีกลิ่นไหม้ เพราะตอนคั่วจะเน้นในส่วนของบอดี้ ส่วนรสเปรี้ยวเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงยากเหลือเกินสำหรับกาแฟไทย ที่อาจจะต้องและรสเปรี้ยวที่หายไปกับกลิ่นดาร์คโรสไหมๆ</p>
<p style="text-align: left;">ถ้าผมเห็นว่าเป็นผู้ชิมกาแฟร้อนหน้าใหม่ผมจะพยายามอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆบางส่วน ให้เค้าเข้าใจกระบวนของรสชาติ ซึ่งถ้าเป็นเอสเพรสโซ่จะรับรสชาตินั้นไปเต็มๆ (ก่อนเติมน้ำตาล)</p>
<p style="text-align: left;">อันที่จริงผมก็อยากทำเอสเพรสโซ่ออกมาให้ได้รสชาติดีๆ ไม่ติดรสขมและเปรี้ยวมากนัก แต่คงจะต้องพึ่งเครื่องบดอีกซักตัว แต่ติดพื้นที่บนบาร์และงบประมาณ ทำให้ต้องเลือกเมล็ดกาแฟสำหรับกาแฟเย็นเป็นหลักเหมือนเดิม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=437</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระดับไหนดี</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=433</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=433#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 May 2010 15:33:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[coffee;home roater]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=433</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงที่ผ่านมาผมกำลังทดลองคั่วกาแฟและค้นหาความลงตัวของระดับที่ผมต้องการอยู่ อย่างในรูปด้านซ้ายจะเป็นระดับที่ค่อนข้างเข้ม ด้านขวาเป็นระดับกลาง ซึ่งที่ผ่านมาผมค่อนข้างพอกับกับเบลนแบบนี้นะครับ(เห็นแนะนำกันมาเยอะ)  เป็นการพบกันระหว่างความเข้มที่เหมาะกับกาแฟเย็นและกาแฟกลางๆผสมกับฟองนมร้อนๆ  แต่มันจะเกิดนรกขึ้นเมื่อลองกินแบบเอสเพรสโซ่เพียวๆ จะหนักไปทางขมๆ(Dark Roast) ติดเปรี้ยว บอดี้นิดหน่อย(กาแฟไทยล้วน) ผมก็ลังเลเหมือนกันที่ีจะกาแฟคั่วระดับนี้ เครื่องก็โฮมยูส ถ้ามัลติบอยเลอร์สามหัว อาจจะมีลูกเล่นมากกว่านี้ แต่โดยรวมแล้วกับกาแฟเย็นยอดนิยมของไทย ก็ถือว่าพอรับได้ หลังจากนี้จะพยายามเน้นไปทางการสร้างบอร์ดี้ให้มาก เพื่อที่จะมีมวลเนื้อไปเพิ่มในกาแฟเย็นให้เข้มข้นๆ สมใจลูกค้าหลายๆคนได้ลองชิมกัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100524_.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: left;">ช่วงที่ผ่านมาผมกำลังทดลองคั่วกาแฟและค้นหาความลงตัวของระดับที่ผมต้องการอยู่ อย่างในรูปด้านซ้ายจะเป็นระดับที่ค่อนข้างเข้ม ด้านขวาเป็นระดับกลาง ซึ่งที่ผ่านมาผมค่อนข้างพอกับกับเบลนแบบนี้นะครับ(เห็นแนะนำกันมาเยอะ)  เป็นการพบกันระหว่างความเข้มที่เหมาะกับกาแฟเย็นและกาแฟกลางๆผสมกับฟองนมร้อนๆ  แต่มันจะเกิดนรกขึ้นเมื่อลองกินแบบเอสเพรสโซ่เพียวๆ จะหนักไปทางขมๆ(Dark Roast) ติดเปรี้ยว บอดี้นิดหน่อย(กาแฟไทยล้วน) ผมก็ลังเลเหมือนกันที่ีจะกาแฟคั่วระดับนี้ เครื่องก็โฮมยูส ถ้ามัลติบอยเลอร์สามหัว อาจจะมีลูกเล่นมากกว่านี้</p>
<p style="text-align: left;">แต่โดยรวมแล้วกับกาแฟเย็นยอดนิยมของไทย ก็ถือว่าพอรับได้ หลังจากนี้จะพยายามเน้นไปทางการสร้างบอร์ดี้ให้มาก เพื่อที่จะมีมวลเนื้อไปเพิ่มในกาแฟเย็นให้เข้มข้นๆ สมใจลูกค้าหลายๆคนได้ลองชิมกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=433</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาแฟมีชีวิต [Coffee Bug]</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=430</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=430#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2010 18:14:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=430</guid>
		<description><![CDATA[วันก่อน ระหว่างคั่วกาแฟในขั้นตอนการทำ cooling นำการที่คั่วได้ออกมาทำให้เย็นมันที โดยใช้ตะแกงร่อนไปมา ก็เห็นเมล็ดกาแฟตกอยู่บนพื้น แต่พอสังเกตุดูดีๆแล้วมันไม่ใช่ครับ  เมล็ดกาแฟอะไรเดินได้ ตอนแรกตกใจเหมือนกัน  แต่พอนำเมล็ดคั่วได้ไปเทียบดูมันก็คล้ายกันจริงๆ มองไกลๆแยกไม่ออกแน่นอน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="http://cuppacafeic.com/image_blog/20100426_coffeebug/01.jpg" alt="" /></p>
<p>วันก่อน ระหว่างคั่วกาแฟในขั้นตอนการทำ cooling นำการที่คั่วได้ออกมาทำให้เย็นมันที โดยใช้ตะแกงร่อนไปมา ก็เห็นเมล็ดกาแฟตกอยู่บนพื้น แต่พอสังเกตุดูดีๆแล้วมันไม่ใช่ครับ  เมล็ดกาแฟอะไรเดินได้ ตอนแรกตกใจเหมือนกัน  แต่พอนำเมล็ดคั่วได้ไปเทียบดูมันก็คล้ายกันจริงๆ มองไกลๆแยกไม่ออกแน่นอน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=430</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาแฟเย็นในบ้าน [Cool coffee at home]</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=428</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=428#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Apr 2010 14:48:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=428</guid>
		<description><![CDATA[ท่ามกลางอากาศร้อนแสนสาหัสช่วงนี้ คงไม่มีอะไีรดีกว่าหาอะไรกินเย็นๆ วันนี้ผมขอนำเสนอการทำกาแฟเย็นแบบง่ายๆทำได้ที่บ้านกันครับ วัตถุดิบก็ง่ายๆเช่นกันคือ น้ำเชื่อม นมข้นหวาน นมสด(ไม่มีในรูป) น้ำกาแฟที่ใช้คือวิธีดริปเพื่อง่ายต่อการชงและทำความสะอาด ใช้ผงกาแฟเยอะกว่าปกติและให้น้ำกาแฟที่ได้ออกมาไม่เกิน 100 ml เืพื่อให้ได้ความเข้มข้นกว่าปกติ เมื่อใส่น้ำแข็งแล้วจะได้ไม่ละลาย เสร็จแล้วก็เอาช้นขนส่วนผสมแทน้ำแข็ง เป็นอันจบพิธีการชงกาแฟเย็นแบบง่ายๆ ลองไปทำกันนะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางอากาศร้อนแสนสาหัสช่วงนี้ คงไม่มีอะไีรดีกว่าหาอะไรกินเย็นๆ  วันนี้ผมขอนำเสนอการทำกาแฟเย็นแบบง่ายๆทำได้ที่บ้านกันครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img src='http://cuppacafeic.com/image_blog/20100409_icekoff/01.jpg'></p>
<p><span id="more-428"></span></p>
<p>วัตถุดิบก็ง่ายๆเช่นกันคือ น้ำเชื่อม นมข้นหวาน นมสด(ไม่มีในรูป) น้ำกาแฟที่ใช้คือวิธีดริปเพื่อง่ายต่อการชงและทำความสะอาด</p>
<p style="text-align: center;"><img src='http://cuppacafeic.com/image_blog/20100409_icekoff/02.jpg'></p>
<p>ใช้ผงกาแฟเยอะกว่าปกติและให้น้ำกาแฟที่ได้ออกมาไม่เกิน 100 ml เืพื่อให้ได้ความเข้มข้นกว่าปกติ เมื่อใส่น้ำแข็งแล้วจะได้ไม่ละลาย</p>
<p style="text-align: center;"><img src='http://cuppacafeic.com/image_blog/20100409_icekoff/03.jpg'></p>
<p>เสร็จแล้วก็เอาช้นขนส่วนผสมแทน้ำแข็ง เป็นอันจบพิธีการชงกาแฟเย็นแบบง่ายๆ ลองไปทำกันนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=428</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสียงที่เธอนั้นไม่ได้ยิน [First Crack or Second Crack?]</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=427</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=427#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Mar 2010 17:07:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=427</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากลองคั่วกาแฟเองมาซักพัก ลองผิดลองถูกเองไปเรื่อย ตามข้อมูลที่หาเองได้น้อยนิด ส่วนใหญ่แล้วจะบอกแค่ระดับสีของเมล็ดกาแฟเท่านั้น แต่ยังไม่มีเทคนิคเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างความร้อนและเวลามาเล่นมากนัก แต่จากที่ลองใช้ Gene Cafe&#8217; ให้ีรู้ว่าต่อให้เร่งความร้อยระดับสูงสุด first crack ก็จะเกิดขึ้นที่นาทีที่ 10 ทุกครั้ง ไม่ต่างกันมากนัก (ลองเฉพาะกาแฟไทย) ในรูปผมทำท่าทางสังเกตุไปเวอร์ๆแบบนั้นเองล่ะครับ แต่บ้างครั้งก็ต้องสังเกตุเป็นพิเศษเหมือนกันนะครับ สำหรับช่วงเช้าก่อนไปทำงานไม่มีอะไรดีกว่า กาแฟดำดีๆซักแก้ว กินกับขนมปังหรือเค้ก ก็สวรรค์ดีๆ ก่อนไปเจอนรกที่ทำงาน ในรูปด้านบนเป็น เอธิโอเปีย เยอกาเชฟ ที่ผมซื้อสารกาแฟและนำมาคั่ว แต่นำมาชงกินเองแล้ว ทำไมมันยังไม่แจ่้มมาก หรือว่าผมคั่วไม่ดี หรือสารกาแฟที่ได้มันของปลอม หรือว่าเวลาดีแก็สน้อยไป ฯลฯ เคยคิดเหมือนกันว่า จะเป็นไปได้ไหมที่ผมจะทำกาแฟอร่อยระดับสุดยอดๆๆๆ ออกมาได้ ผมขอเรียกกว่า กาแฟในอุมคติ ก็แล้วกัน ถ้าเจอแก้วนั้นแล้วจะบอก ตอนนี้แค่เยอกาเชฟคั่วเองชงเองก็ยอดพอแล้ว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src='http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100323_/01.jpg'></p>
<p>หลังจากลองคั่วกาแฟเองมาซักพัก ลองผิดลองถูกเองไปเรื่อย ตามข้อมูลที่หาเองได้น้อยนิด ส่วนใหญ่แล้วจะบอกแค่ระดับสีของเมล็ดกาแฟเท่านั้น แต่ยังไม่มีเทคนิคเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างความร้อนและเวลามาเล่นมากนัก  แต่จากที่ลองใช้ Gene Cafe&#8217; ให้ีรู้ว่าต่อให้เร่งความร้อยระดับสูงสุด first crack ก็จะเกิดขึ้นที่นาทีที่ 10 ทุกครั้ง ไม่ต่างกันมากนัก (ลองเฉพาะกาแฟไทย)</p>
<p><span id="more-427"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img src='http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100323_/02.jpg'></p>
<p>ในรูปผมทำท่าทางสังเกตุไปเวอร์ๆแบบนั้นเองล่ะครับ  แต่บ้างครั้งก็ต้องสังเกตุเป็นพิเศษเหมือนกันนะครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img src='http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100323_/04.jpg'></p>
<p>สำหรับช่วงเช้าก่อนไปทำงานไม่มีอะไรดีกว่า กาแฟดำดีๆซักแก้ว กินกับขนมปังหรือเค้ก ก็สวรรค์ดีๆ ก่อนไปเจอนรกที่ทำงาน</p>
<p>ในรูปด้านบนเป็น เอธิโอเปีย เยอกาเชฟ ที่ผมซื้อสารกาแฟและนำมาคั่ว แต่นำมาชงกินเองแล้ว ทำไมมันยังไม่แจ่้มมาก หรือว่าผมคั่วไม่ดี หรือสารกาแฟที่ได้มันของปลอม หรือว่าเวลาดีแก็สน้อยไป ฯลฯ เคยคิดเหมือนกันว่า จะเป็นไปได้ไหมที่ผมจะทำกาแฟอร่อยระดับสุดยอดๆๆๆ ออกมาได้ ผมขอเรียกกว่า กาแฟในอุมคติ ก็แล้วกัน ถ้าเจอแก้วนั้นแล้วจะบอก ตอนนี้แค่เยอกาเชฟคั่วเองชงเองก็ยอดพอแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=427</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คั่วกาแฟยามเย็น</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=422</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=422#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2010 15:47:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=422</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 13-14 ที่ผ่านมาที่จริงมีงานไปคัปปิ้งที่เขาใหญ่ และไปงานแ่ต่งงานเพื่อนที่ กทม. แต่ต้องยกเลิกเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองไม่เป็นใจ ตอนแรกว่าจะไม่เปิดร้านแล้ว แต่เพื่อนๆเรียกร้องกันเหลือเกิน จึงต้องคั่วกาแฟแบบเร่งด่วน รับปากเพื่อนตอน 4 ทุ่ม ได้มาคั่วตอนเที่ยงคืนเพื่อใช้พรุ่งนี้เช้า คิดว่าถ้าคั่วกลางๆไปทางเข้ม กาแฟคงจะคลายแก็สไม่ทัน เลยคั่วแบบอ่อนๆ บวกกับต้องการลองใช้กาแแฟคั่วอ่อนมาชงแบบเอสเพรสโซ่ และกาแฟเย็นแบบไทยๆลองดู ผลที่ได้ออกมากาแฟค่อนข้างเปรี้ยว กาแฟเย็นรสอ่อนลงไปอย่างเห็นได้ชัด ลาเต้ร้อนได้กลิ่นอโรม่าดีขึ้น แต่รสชอคโกแลตที่เคยได้กลับหาย อันนี้น่าสนใจดี อีกสาเหตุที่เปิดคืออยากลองพิชเชอร์ตัวใหม่ ที่เค้าว่ากันว่าดีนักหนาคือ MOTTA จากอิตาลีนั้นเอง ตัวนี้เป็นขนาดเล็ก ซื้อมาจาก บลูคอฟ เนื่องจากคนนำเข้าคือ เอสเพรสโซ่แมน ของหมด (ขายดีเกินนนน) เนื่องจากความหนาของพิชเชอร์ทำให้เก็บความเย็นได้เยอะ เวลาสตรีมจะนานขึ้น และการวนของนมออกมาดี แต่ตอนเทผมยังไม่คล่องนัก เนื่องจากพึ่งได้ คงต้องซ้อมอีกซักพัก คงจะเข้าที่เข้าทาง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 13-14 ที่ผ่านมาที่จริงมีงานไปคัปปิ้งที่เขาใหญ่ และไปงานแ่ต่งงานเพื่อนที่ กทม. แต่ต้องยกเลิกเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองไม่เป็นใจ ตอนแรกว่าจะไม่เปิดร้านแล้ว แต่เพื่อนๆเรียกร้องกันเหลือเกิน จึงต้องคั่วกาแฟแบบเร่งด่วน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100314_/01.jpg" alt="" /></p>
<p><span id="more-422"></span>รับปากเพื่อนตอน 4 ทุ่ม ได้มาคั่วตอนเที่ยงคืนเพื่อใช้พรุ่งนี้เช้า คิดว่าถ้าคั่วกลางๆไปทางเข้ม กาแฟคงจะคลายแก็สไม่ทัน เลยคั่วแบบอ่อนๆ บวกกับต้องการลองใช้กาแแฟคั่วอ่อนมาชงแบบเอสเพรสโซ่ และกาแฟเย็นแบบไทยๆลองดู</p>
<p>ผลที่ได้ออกมากาแฟค่อนข้างเปรี้ยว กาแฟเย็นรสอ่อนลงไปอย่างเห็นได้ชัด ลาเต้ร้อนได้กลิ่นอโรม่าดีขึ้น แต่รสชอคโกแลตที่เคยได้กลับหาย อันนี้น่าสนใจดี</p>
<p>อีกสาเหตุที่เปิดคืออยากลองพิชเชอร์ตัวใหม่ ที่เค้าว่ากันว่าดีนักหนาคือ MOTTA จากอิตาลีนั้นเอง ตัวนี้เป็นขนาดเล็ก ซื้อมาจาก บลูคอฟ เนื่องจากคนนำเข้าคือ เอสเพรสโซ่แมน ของหมด (ขายดีเกินนนน)</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100314_/02.jpg" alt="" /></p>
<p>เนื่องจากความหนาของพิชเชอร์ทำให้เก็บความเย็นได้เยอะ เวลาสตรีมจะนานขึ้น และการวนของนมออกมาดี แต่ตอนเทผมยังไม่คล่องนัก เนื่องจากพึ่งได้ คงต้องซ้อมอีกซักพัก คงจะเข้าที่เข้าทาง</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100314_/03.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=422</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Go to Palio Khoayai</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=417</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=417#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Feb 2010 15:12:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Palio]]></category>
		<category><![CDATA[Trip]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=417</guid>
		<description><![CDATA[สัปดาห์ที่แล้วพึ่งได้มีวันหยุดชดเชยจากวันปีัใหม่(ปีืใหม่ที่หยุดกันยาวๆผมทำงานทุกวันเลย) เลยถือโอกาสออกท่องเที่ยวผ่อนคลายอารมณ์ที่ตรึงเครียดในช่วงนี้ เป้าหมายคือสถานที่ใกล้ๆบ้าน ผลก็มาลงที่ Palio อิตาลีขนาดย่อมในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่เขาใหญ่ใกล้บ้านนั้นเอง จากขอนแก่นไปเขาใหญ่ก็ต้องผ่าน โคราช จึงถือโอกาสแวะร้านพี่หมีใหญ่พุงโล พี่ชายกาแฟที่สนิทกันดี ตั้งแต่พี่เค้าเปิดร้านใหญ่แห่งใหม่ก็พึ่งได้โอกาสไปแวะเป็นครั้งแรก ร้านพี่หมีใหญ่ฯ  ขายดีมากพึ่งได้พักกินข้าว กำลังจ้องพะแนงกุ้งว่าจะจัดการตัวไหนก่อนดี กะเวลาไปถึงก่อนเที่ยงพอดี เลยถือโอกาสกินอาหารที่ร้าน ซึ่งก็มีพวกสเต๊กและเมนูอาหารจานเดียว รวมไปถึงขนมจีนบุปเฟ่ ที่ทานกันแบบไ่ม่อั้น ต่อด้วยเค้กขนมหวาน บริเวณหลังบาร์กาแฟ มีเครื่องบด 2 ตัวเพื่อแยกชนิดเมล็ดกาแฟให้เหมาะสมกับเมนูนั้นๆ กาแฟเย็นแบบเทคอะเวย์ ไปกินบนรถระหว่างเดินทาง หลังจากกินอาหารเที่ยงและ กินเค้กตามด้วยเอสเพรสโซ่ 1 ชอท กับบทสนทนาซักพัก ก็ได้เวลาออกเดินทางไปเขาใหญ่  (ขอขอบคุณพี่เขตกละพี่อ้อ อีกครั้ง) พุ่งตรงไปที่นี้ีที่แีรกเลย ผมเคยมาเขาใหญ่ช่วงปีที่แล้ว ก็มีอะไรน่าสนใจเยอะโดยเฉพาะ Primo Posto ที่ร้านสวยมาก  แต่สำหรับ Palio มันไม่ใช่แค่ร้าน  แต่ัมันคือเมือง!!! ผมอยากไปอิตาลีมาก ซักวันคงจะได้ไป แต่ตอนนี้ทรัพย์น้อย เมื่อมีการสร้างเมืองเลียนแบบอิตาลีแบบนี้ คงจะพลาดไม่ได้ เกือบทั้งทริปที่มาผมอยู่ที่นี้เสียส่วนใหญ่ เมืองไม่เล็กไม่ใหญ่ เดินเร็วๆประมาณ 15 นาทีก็รอบแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สัปดาห์ที่แล้วพึ่งได้มีวันหยุดชดเชยจากวันปีัใหม่(ปีืใหม่ที่หยุดกันยาวๆผมทำงานทุกวันเลย) เลยถือโอกาสออกท่องเที่ยวผ่อนคลายอารมณ์ที่ตรึงเครียดในช่วงนี้ เป้าหมายคือสถานที่ใกล้ๆบ้าน ผลก็มาลงที่ Palio อิตาลีขนาดย่อมในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่เขาใหญ่ใกล้บ้านนั้นเอง</p>
<p>จากขอนแก่นไปเขาใหญ่ก็ต้องผ่าน โคราช จึงถือโอกาสแวะร้านพี่หมีใหญ่พุงโล พี่ชายกาแฟที่สนิทกันดี ตั้งแต่พี่เค้าเปิดร้านใหญ่แห่งใหม่ก็พึ่งได้โอกาสไปแวะเป็นครั้งแรก</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20010216_palio/01.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888;">ร้านพี่หมีใหญ่ฯ  ขายดีมากพึ่งได้พักกินข้าว กำลังจ้องพะแนงกุ้งว่าจะจัดการตัวไหนก่อนดี</span></p>
<p>กะเวลาไปถึงก่อนเที่ยงพอดี เลยถือโอกาสกินอาหารที่ร้าน ซึ่งก็มีพวกสเต๊กและเมนูอาหารจานเดียว รวมไปถึงขนมจีนบุปเฟ่ ที่ทานกันแบบไ่ม่อั้น</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20010216_palio/02.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888;">ต่อด้วยเค้กขนมหวาน</span></p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-417"></span><br />
<img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20010216_palio/03.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888;">บริเวณหลังบาร์กาแฟ มีเครื่องบด 2 ตัวเพื่อแยกชนิดเมล็ดกาแฟให้เหมาะสมกับเมนูนั้นๆ</span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20010216_palio/04.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888;">กาแฟเย็นแบบเทคอะเวย์ ไปกินบนรถระหว่างเดินทาง</span></p>
<p>หลังจากกินอาหารเที่ยงและ กินเค้กตามด้วยเอสเพรสโซ่ 1 ชอท กับบทสนทนาซักพัก ก็ได้เวลาออกเดินทางไปเขาใหญ่  (ขอขอบคุณพี่เขตกละพี่อ้อ อีกครั้ง)</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20010216_palio/05.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888;">พุ่งตรงไปที่นี้ีที่แีรกเลย</span></p>
<p>ผมเคยมาเขาใหญ่ช่วงปีที่แล้ว ก็มีอะไรน่าสนใจเยอะโดยเฉพาะ Primo Posto ที่ร้านสวยมาก  แต่สำหรับ Palio มันไม่ใช่แค่ร้าน  แต่ัมันคือเมือง!!!</p>
<p>ผมอยากไปอิตาลีมาก ซักวันคงจะได้ไป แต่ตอนนี้ทรัพย์น้อย เมื่อมีการสร้างเมืองเลียนแบบอิตาลีแบบนี้ คงจะพลาดไม่ได้ เกือบทั้งทริปที่มาผมอยู่ที่นี้เสียส่วนใหญ่ เมืองไม่เล็กไม่ใหญ่ เดินเร็วๆประมาณ 15 นาทีก็รอบแล้ว แต่ว่ามันสวยทุกมุม นี้ขนาดว่ายังไม่เสร็จเรียบร้อยดีเท่าไร ร้านก็ยังไม่ครบ แถมยังเป็นวันธรรมดา แต่ก็ยัีงน่าสนใจมาก</p>
<p>ไหนๆเป็นเลียนแบบเมืองอิตาลีแล้ว ที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับอิตาลีคือร้านกาแฟ ผมจะรีวิวร้านกาแฟใน Palio แห่งนี้คร่าวๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20010216_palio/06.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888;">ด้านหน้า</span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20010216_palio/07.jpg" alt="" /></p>
<p>เคยคิดจะตั้งชื่อร้านว่า a<strong>x</strong>ure เหมือนกัน เห็นแล้วอึ้งๆ บวกกับป้ายกาแฟของ Illy ให้สมกับเมืองอิตาลี แต่เสียดายวันนั้นผมกินกาแฟมาเยอะแล้ว มาอีกวันก็ปิด อดชิมครับ รอรอบหน้า</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20010216_palio/08.jpg" alt="" /></p>
<p>ไ่ม่พลาดสำหรับ Black Canyon มาทุกสถานที่ ที่นิยม ครั้งนี้มาในนาม Palio in Love อีกวันผมต้องฝากท้องไว้ที่ร้านนี้ล่ะครับ ร้านอื่นปิดหมด</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20010216_palio/09.jpg" alt="" /></p>
<p>สาขา 2 ของ Primo Posto ใช้กาแฟจาก Lavazza เสียด้วย ค่อยสูสีกับ Illy แต่ก็น่าเสียดายครับ ไม่ได้ชิมเนื่องจากปิดร้าน</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20010216_palio/10.jpg" alt="" /></p>
<p>อยู่ด้านหน้าสุดเลยสำหรับ อีเลเฟ่น เน้นย้ำตั้งแต่ด้านหน้าเลยว่าใช้กาแฟจาก บริษัทดอยช้าง พิมพ์ใบรับรอง 93 Points จาก  Coffee Reviews ใส่กรอบเสียด้วย  ผมก็ซื้อติดใส่รถกลับมาแก้วนึงอร่อยดีเหมือนกัน แต่สงสัยเหมือนกันว่าที่ชงมาให้นี่ตัว 93 Points หรือเปล่า</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20010216_palio/11.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;">อีกร้านครับ จำเชื่อไม่ได้ เป็นร้านขายเค้กที่มีกาแฟมาเสริม</p>
<p>นอกจากนั้นยังมี S&amp;P ที่ขายเบอเกอรี่ และมีกาแฟชงด้วย conti หัวเดียวอีกด้วย และถ้าจำไม่ผิดมีอีก 1 ร้านเล็กๆที่ขายกาแฟกับขนมปัง รวมแล้ว Palio มีีร้านกาแฟถึง 8 ร้านด้วยกัน ในระยะห่างกันไม่เกิน 100 เมตร อยู่กันคนล่ะมุม เพราะฉะนั้นใครจะไปเปิดร้านกาแฟที่นั้นต้องทำกาแฟบ้านหน่อยนะครับว่า เหลือช่องว่างประเภทไหนบ้าง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=417</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รีวิวเครื่องคั่วตัวเล็ก [Review Gene Cafe&#039;]</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=410</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=410#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Feb 2010 17:12:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[gene cafe']]></category>
		<category><![CDATA[คั่วกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=410</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนผมซื้อตัดสินใจซื้อเครื่องคั่วกาแฟ Gene Cafe&#8217; ผมหาข้อมูลค่อนข้างมากเหมือนกัน แ่ต่ส่วนมากจะเป็นคลิปในยูทูป แต่ไม่มีที่ไหนให้ลายละเอียดกระบวนการอย่างละเอียดเลย และถ้าเป็นเวปไทยก็ลืมไปได้เลย แทบจะไม่มี บลอกนี้จึงขออาสานำมารีวิว ให้คนที่สนใจอยากคั่วกาแฟกินเองที่บ้านได้เป็นตัวเลือกกัน (ผิดถูกประการใดขออภัยด้วย) กาแฟที่จะใช้วันนี้เป็น สารกาแฟจากเทพเสด็จที่ซื้อต่อมาจากพี่อุดมชัย เมื่อปีก่อน สภาพภายนอกสมบูรณ์ดี เกรดเมล็ดกาแฟเป็นแบบปนๆกัน แต่ส่วนมากจะเป็นเมล็ดค่อนข้างได้มาตราฐานระดับ A ชั่งน้ำหนักก่อนคั่วที่ 150 กรัม สำหรับการรีวิวครั้งนี้ โดยที่ปกติเครื่อง Gene สามารถคั่วได้มากสุดครั้งล่ะ 300 กรัม แต่ผมยัีงไม่เคยลองคั่วเยอะขนาดนั้น มาดูลานคั่วกาแฟเล็กๆ จากด้านซ้ายคือถาดรอใส่กาแฟเมื่อคั่วเสร็จ ผ้าเอาไว้้จับโถตอนคั่วเสร็จเพราะร้อนมาก  ที่วางโถใส่กาแฟ ที่นั่งมองกาแฟกาแฟตอนคั่ว และที่ขาดไม่ได้สำหรับเมืองร้อนคือ พัดลม จุดประสงค์หลังคือช่วยตอน cooling จุดประสงค์รองคือ พัดคนคั่วกาแฟ เพราะอากาศร้อนนั้นเอง ขั้นตอนต่อไปก็ใส่สารกาแฟลงในโถ และใส่โถลงในเครื่อง จากนั้นตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องภายนอกว่า ไม่มีอะไรผิดปกติ จากนั้นกดปุ่มสีฟ้าเปิดเครื่องกันเลย กดแล้วจะมีเสียงดัง ตื๊ด 1 ครั้ง เครื่องจะแสดงอุณภูมิห้องขึ้นมาให้เราทราบประมาณ 3 วินาที จากนั้นจะขึ้นอุณภูมิครั้งสุดท้ายที่เราสั่งเครื่องคั่วในครั้งก่อนให้เราทราบ เครื่องจะขึ้นอุณภูมิการคั่วครั้งสุดท้ายค้างไว้ เราก็หมุนปุ่มสีแดงเพื่อปรับอุณภูมิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนผมซื้อตัดสินใจซื้อเครื่องคั่วกาแฟ Gene Cafe&#8217; ผมหาข้อมูลค่อนข้างมากเหมือนกัน แ่ต่ส่วนมากจะเป็นคลิปในยูทูป แต่ไม่มีที่ไหนให้ลายละเอียดกระบวนการอย่างละเอียดเลย และถ้าเป็นเวปไทยก็ลืมไปได้เลย แทบจะไม่มี</p>
<p>บลอกนี้จึงขออาสานำมารีวิว ให้คนที่สนใจอยากคั่วกาแฟกินเองที่บ้านได้เป็นตัวเลือกกัน (ผิดถูกประการใดขออภัยด้วย)</p>
<p>กาแฟที่จะใช้วันนี้เป็น สารกาแฟจากเทพเสด็จที่ซื้อต่อมาจากพี่อุดมชัย เมื่อปีก่อน สภาพภายนอกสมบูรณ์ดี เกรดเมล็ดกาแฟเป็นแบบปนๆกัน แต่ส่วนมากจะเป็นเมล็ดค่อนข้างได้มาตราฐานระดับ A</p>
<p>ชั่งน้ำหนักก่อนคั่วที่ 150 กรัม สำหรับการรีวิวครั้งนี้ โดยที่ปกติเครื่อง Gene สามารถคั่วได้มากสุดครั้งล่ะ 300 กรัม แต่ผมยัีงไม่เคยลองคั่วเยอะขนาดนั้น</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100201_review_gane/01.jpg" alt="" /></p>
<p><span id="more-410"></span> มาดูลานคั่วกาแฟเล็กๆ จากด้านซ้ายคือถาดรอใส่กาแฟเมื่อคั่วเสร็จ ผ้าเอาไว้้จับโถตอนคั่วเสร็จเพราะร้อนมาก  ที่วางโถใส่กาแฟ ที่นั่งมองกาแฟกาแฟตอนคั่ว และที่ขาดไม่ได้สำหรับเมืองร้อนคือ พัดลม จุดประสงค์หลังคือช่วยตอน cooling จุดประสงค์รองคือ พัดคนคั่วกาแฟ เพราะอากาศร้อนนั้นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100201_review_gane/02.jpg" alt="" /></p>
<p>ขั้นตอนต่อไปก็ใส่สารกาแฟลงในโถ และใส่โถลงในเครื่อง จากนั้นตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องภายนอกว่า ไม่มีอะไรผิดปกติ จากนั้นกดปุ่มสีฟ้าเปิดเครื่องกันเลย</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100201_review_gane/03.jpg" alt="" /></p>
<p>กดแล้วจะมีเสียงดัง ตื๊ด 1 ครั้ง เครื่องจะแสดงอุณภูมิห้องขึ้นมาให้เราทราบประมาณ 3 วินาที จากนั้นจะขึ้นอุณภูมิครั้งสุดท้ายที่เราสั่งเครื่องคั่วในครั้งก่อนให้เราทราบ</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100201_review_gane/04.jpg" alt="" /></p>
<p>เครื่องจะขึ้นอุณภูมิการคั่วครั้งสุดท้ายค้างไว้ เราก็หมุนปุ่มสีแดงเพื่อปรับอุณภูมิ และหมุนปุ่มสีฟ้าเพื่อปรับเวลา เมื่อเรียบร้อยแล้วก็กดปุ่มสีแดงเพื่อเริ่มกระบวนการคั่ว จะมีเสียงดังตื๊ด 1 ครั้้งเป็นการรับทราบคำสั่ง</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100201_review_gane/05.jpg" alt="" /></p>
<p>ขณะคั่วกาแฟเราสามารถลด &#8211; เพิ่ม อุณภูมิ หรือ ลด &#8211; เพิ่ม เวลาได้ทันทีในขณะคั่ว</p>
<p>ในระหว่างการคั่วเครื่องจะแสดงอุณภูมิในโถกาแฟขณะนั้น และอุณภูมิเป้าหมายที่เราตั้งไว้ สลับกันไปมา</p>
<p>เครื่องจะคำนวณอุณภูมิกับเวลาให้พอดีกัน เพราะฉะนั้นเมื่อเราเปลี่ยนอุณภมิหรือเวลาตอนคั่ว เครื่องจะคำนวณความร้อนและความเร็วลมใหม่ให้เอง</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100201_review_gane/06.jpg" alt="" /></p>
<p>ความร้อนที่ได้ค่อนข้างแรงเลยทีเดียว มองจากมุมนี้เข้าไปจะเห็นว่าใช้ความร้อนเต็มที่</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100201_review_gane/07.jpg" alt="" /></p>
<p>ขั้นตอนการ cooling</p>
<p>เมื่อหมดเวลาเครื่องจะเข้าสู่กระบวนการเป่าให้กาแฟเย็นตัวหรือเรียกง่ายๆว่า cooling โดยเครื่องจะเป่าลมเย็นเข้าไป จนกว่าอุณภูมิจะถึง 60 องศา [ตัวเลขอุณภูมิกลายเป็น COL] แต่ตามตำราที่ได้อ่านมาบอกว่า เมื่อสิ้นสุดกระบวนการคั่วกาแฟ ต้องทำให้กาแฟเย็นให้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นอาจจะใช้วิธีลัด</p>
<p>กดปุ่มสีแดง 1 ครั้งเครื่องจะขึ้น SEP เครื่องจะเป่าเร็วขึ้นและหยุดที่อุณภูมิ 100 องศา</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100201_review_gane/10.jpg" alt="" /></p>
<p>แต่ถ้าอยากให้เครื่องหยุด cooling ทันที ก็กดปุ่มสีแดงค้างเอาไว้ จะขึ้นตัว E [Emergency] เครื่องจะหยุดหมุน แต่จะยังเป่าลมเย็นอยู่ ให้กดปุ่มสีแดงอีกครั้งให้หยุดเป่า และกดปุ่มสีฟ้าเพื่อปิดเครื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100201_review_gane/11.jpg" alt="" /></p>
<p>จากนั้นเราจะทำการ cooling เองแบบดิบๆ คือเอาใส่้ถาดและจ่อพัดลมเบอร์แรงสุด เอามืิือกระจายๆให้ลมเข้าถึงทุกจุดจะช่วยได้เร็วมาก เมื่อกาแฟเย็นแล้ว ก็หมุนพัดลมไปพัดเครื่องคั่วต่อให้เย็น</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100201_review_gane/12.jpg" alt="" /></p>
<p>เนื่องจากกระบวนการคั่วทำให้ความชื้นในสารกาแฟระเหยออกไป และมีการขยายตัว จึงทำให้จากรูปแรกที่มีปริมาณครึ่งแก้ว พอคั่วเสร็จปริมาณกลับล้นแก้วออกมา น้ำหนักตอนแรก 150 กรัม เมื่อเสร็จเหลือ 122.2 กรัม หายไปประมาณ 18.53 %</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100201_review_gane/13.jpg" alt="" /></p>
<p>คั่วออกมาเกือบเข้ม น่าจะยังไม่ถึงแคร๊กที่สอง ก็เอาออกมาก่อน กลัวมันจะไหม้ เพราะจะนำไปดริปกินตอนเช้า</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100201_review_gane/14.jpg" alt="" /></p>
<p>สรุปแล้วคุณภาพที่ออกมาก็พอรับได้ คงต้องทำความรู้จักกับมันเพิ่มขึ้น ขอให้ทุกคนมีความสุขในการคั่วและการดื่มกาแฟกันนะครัีบ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=410</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใช้งานเครื่องได้อีกครั้ง [Gene Cafe&#039; Again]</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=405</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=405#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Jan 2010 16:33:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[gene cafe']]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=405</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากได้ Chip จากโรงงานมาก็ใจไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะไม่มั่นใจเลยว่าจะแก้ถูกจุดหรือเปล่า ถ้ารอบนี้ยังไม่ได้คงต้องทำใจ จัดแจงเปิดเครื่องออกมางัด Chip ตัวเก่าออก แล้วเลือก Chip ควบคุมที่เป็นแบบองศาเซลเซียล(แบบเดิม) เข้ามาใช้แทน ตอนกดปุ่มเปิดเครื่องลุ้นมากๆ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่เพื่อความชัวร์ ต้องลองคั่วให้จบซักโปรเซสจะแน่ใจว่าจะไม่พังอีกรอบ ผ่านไปได้ด้วยดี แต่อาจจะติดๆขัดหน่อยสำหรับครั้งแรก เพราะยังใช้งานไม่ค่อยคล่องเท่าไร ผลงานออกมาก็ดีกว่าคั่วกะทะเยอะ ไม่ต้องเหนื่อย แถมได้เมล็ดสม่ำเสมอด้วย แต่เท่าที่ดูแล้วก็ก็ไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไรนะเนี่ย ในรูปข้างบนเป็นกาแฟจากเทพเด็จทั้งหมดนะครับ แต่ตัวที่นำไปคั่วเป็นกาแฟที่ซื้อต่อจาก พี่ดม มิสเตอร์ลี เมื่อปีที่แล้ว ส่วนในแก้วซ้ายคือ ทิปป้า ด้านขวาคือผลที่เป็นสีเหลืองล้วน (รอนำไปปลูก) ในถุงคือกาแฟกะลาที่เป็นเก็บมากับมือเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (ตากวันเดียวแห้งสนิท) ผลเชอร์รี่นั้นว่าจะนำไปตากทำแบบแห้งเก็บไว้เป็นที่ระลึก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากได้ Chip จากโรงงานมาก็ใจไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะไม่มั่นใจเลยว่าจะแก้ถูกจุดหรือเปล่า ถ้ารอบนี้ยังไม่ได้คงต้องทำใจ จัดแจงเปิดเครื่องออกมางัด Chip ตัวเก่าออก แล้วเลือก Chip ควบคุมที่เป็นแบบองศาเซลเซียล(แบบเดิม) เข้ามาใช้แทน ตอนกดปุ่มเปิดเครื่องลุ้นมากๆ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี</p>
<p>แต่เพื่อความชัวร์ ต้องลองคั่วให้จบซักโปรเซสจะแน่ใจว่าจะไม่พังอีกรอบ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100114_gene/01.jpg" alt="" /></p>
<p><span id="more-405"></span>ผ่านไปได้ด้วยดี แต่อาจจะติดๆขัดหน่อยสำหรับครั้งแรก เพราะยังใช้งานไม่ค่อยคล่องเท่าไร</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100114_gene/02.jpg" alt="" /></p>
<p>ผลงานออกมาก็ดีกว่าคั่วกะทะเยอะ ไม่ต้องเหนื่อย แถมได้เมล็ดสม่ำเสมอด้วย  แต่เท่าที่ดูแล้วก็ก็ไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไรนะเนี่ย</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100114_gene/03.jpg" alt="" /></p>
<p>ในรูปข้างบนเป็นกาแฟจากเทพเด็จทั้งหมดนะครับ แต่ตัวที่นำไปคั่วเป็นกาแฟที่ซื้อต่อจาก พี่ดม มิสเตอร์ลี เมื่อปีที่แล้ว ส่วนในแก้วซ้ายคือ ทิปป้า ด้านขวาคือผลที่เป็นสีเหลืองล้วน (รอนำไปปลูก) ในถุงคือกาแฟกะลาที่เป็นเก็บมากับมือเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (ตากวันเดียวแห้งสนิท) ผลเชอร์รี่นั้นว่าจะนำไปตากทำแบบแห้งเก็บไว้เป็นที่ระลึก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=405</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทพเสด็จ ดอยสะเก็ด เชียงใหม่ [Doisaket Trip by Bkksprolab]</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=393</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=393#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jan 2010 15:26:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยสะเก็ด;trip]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=393</guid>
		<description><![CDATA[ได้มีโอกาสได้ทริปดอยสะเก็ดกับ Bkksprolab และผู้ร่วมทริปอีก 8 คน เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก และสนุกสนานเป็นกัน สำหรับวันแรกได้ีรับเกียรติจาก อ.พัชนี มาบรรยายเกี่ยวกับกาแฟและตอบทุกคำถามที่เจาะลึก แบบถึงลูกถึงคน ต้นกาแฟระดับหัวไม้ขีดขายในราคาต้นล่ะ 50 สตางค์ ในช่วงเช้าก็ยังอยู่ในศูนย์วิจัยที่ มช. ดูแปลงเพาะปลูกต้นกล้า กาแฟกะลา สารกาแฟ ร่วมถึงเครื่องคั่ว ก่อนจะเดินทางออกไปดอยสุเทพ โชคดีเจอต้นที่โตช้า พึ่งออกดอก อ.พัชนีกำลังบรรยายต้นกาแฟสายพันธ์ต่างๆ,/p&#62; ตอนบ่ายทริปของเราได้เดินทางมาที่สวนกาแฟที่ดอยปุย (หรือเปล่าไม่แน่ใจ หลับมาตลอดทาง) อ.พัชนี ได้บอกว่ามีกาแฟหลากหลายพันธ์ที่ปลูกไว้ ส่วนมากเป็นพันธ์เก่าๆที่ปลูกไว้เมื่อหลายสิบปีแล้ว เพื่อศึกษาทางวิชาการ และในส่วนของผลผลิตก็นำมาทำกระบวนการแบบเปียก พอตากแห้งเสร็จก็นำไปที่ มช. เพื่อบ่ม สีกะลา คั่ว บรรจุถุงจำหน่ายในส่วนของ มช. ต่อไป จากนั้นก็เป็นส่วนของการท่องเที่ยว ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ ตอนค่ำๆไปกินอาหารในบริเวณนิมมานฯ แวะร้าน อิมเพรสโซ่ และเดินย่อยก่อนจะกลับที่พักไปนอนเอาแรงเพื่อขึ้นดอย ตื่นเช้ามา ก็เดินทางไปที่ร้าน October เพื่อเรียนรู้การชิมกาแฟเบื้องต้น แต่อยากจะบอกว่ากาแฟที่ชิมทั้ง 5 ตัว นั้นมีแต่กาแฟดีๆ คือคงดีเกินไปจนอาจจะลืมกาแฟแย่ๆไปหมด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ได้มีโอกาสได้ทริปดอยสะเก็ดกับ Bkksprolab และผู้ร่วมทริปอีก 8 คน เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก และสนุกสนานเป็นกัน</p>
<p>สำหรับวันแรกได้ีรับเกียรติจาก อ.พัชนี มาบรรยายเกี่ยวกับกาแฟและตอบทุกคำถามที่เจาะลึก แบบถึงลูกถึงคน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/01.jpg" alt="" /><br />
<em>ต้นกาแฟระดับหัวไม้ขีดขายในราคาต้นล่ะ 50 สตางค์</em></p>
<p style="text-align: left;"><span id="more-393"></span> ในช่วงเช้าก็ยังอยู่ในศูนย์วิจัยที่ มช. ดูแปลงเพาะปลูกต้นกล้า กาแฟกะลา สารกาแฟ ร่วมถึงเครื่องคั่ว ก่อนจะเดินทางออกไปดอยสุเทพ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/02.jpg" alt="โชคดีเจอต้นที่โตช้า พึ่งออกดอก" /><br />
<em>โชคดีเจอต้นที่โตช้า พึ่งออกดอก</em></p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/03.jpg" alt="" /><br />
<em>อ.พัชนีกำลังบรรยายต้นกาแฟสายพันธ์ต่างๆ</em>,/p&gt;</p>
<p>ตอนบ่ายทริปของเราได้เดินทางมาที่สวนกาแฟที่ดอยปุย (หรือเปล่าไม่แน่ใจ หลับมาตลอดทาง) อ.พัชนี ได้บอกว่ามีกาแฟหลากหลายพันธ์ที่ปลูกไว้ ส่วนมากเป็นพันธ์เก่าๆที่ปลูกไว้เมื่อหลายสิบปีแล้ว เพื่อศึกษาทางวิชาการ และในส่วนของผลผลิตก็นำมาทำกระบวนการแบบเปียก พอตากแห้งเสร็จก็นำไปที่ มช. เพื่อบ่ม สีกะลา คั่ว บรรจุถุงจำหน่ายในส่วนของ มช. ต่อไป</p>
<p>จากนั้นก็เป็นส่วนของการท่องเที่ยว ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ ตอนค่ำๆไปกินอาหารในบริเวณนิมมานฯ แวะร้าน อิมเพรสโซ่ และเดินย่อยก่อนจะกลับที่พักไปนอนเอาแรงเพื่อขึ้นดอย</p>
<p>ตื่นเช้ามา ก็เดินทางไปที่ร้าน October เพื่อเรียนรู้การชิมกาแฟเบื้องต้น แต่อยากจะบอกว่ากาแฟที่ชิมทั้ง 5 ตัว นั้นมีแต่กาแฟดีๆ คือคงดีเกินไปจนอาจจะลืมกาแฟแย่ๆไปหมด กาแฟในร้าน October ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กาแฟที่ชิมเช่นกัน แต่กาแฟที่ดอยสะเก็ดจะสู้กาแฟทั้ง 5 ตัวนี้ได้หรือเปล่า  ต้องขึ้นดอยไปพิสูจน์กัน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/04.jpg" alt="" /><br />
<em>Cupping @ October Coffee &amp; Food</em></p>
<p>การเดินทางมาที่ หมู่บ้านเทพเสด็จ บนดอยสุเทพไม่ลำบากมากนัก แต่ก็มีทางชันและคดเคี้ยวในแบบของดอยทั่ว  เมื่อมาถึงไร่กาแฟ พี่โขงเจ้าของไร่ก็มาต้อนรับและบรรยาย กระบวนการหลังเก็บเกี่ยวแบบคร่าวๆ ก่อนไปลุยสวนกาแฟ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/05.jpg" alt="" /><em>พี่บุ๊งบรรยายร่วมด้วย สรุปว่าไร่นี้โปรเซสดี เชื่อถือได้</em></p>
<p>จากนั้นก็ปีนขึ้นเขากันเลยครับ  ไร่นี้ปลูกแบบเชิงเขาที่มีความชันค่อนข้างมาก ถ้าไม่ระวังอาจจะกลิ้งลงมาคอหักตายได้</p>
<p>เมื่อแยกย้ายกันเก็บก็เงียบเลยครับ แต่ล่ะคนตั้งใจเก็บมา มุมใครมุมมัน เหมือนจะแข่งชิงแชมป์ยังไงยังงั้น</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/06.jpg" alt="" /><br />
<em>วิธีเก็บคือจับตรงกลางและดึงออกมาตามไลน์ของมัน เพื่อไม่ให้ก้านขั้วหลุดติดมาด้วย (แต่ของผมติดมาเยอะเลย)</em></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/07.jpg" alt="" /><br />
<em>ถ่ายกับผลงานการเก็บผลเชอร์รี่ครั้งแรก</em></p>
<p>ใช้เวลาเก็บประมาณ 2 ชม. ได้มา 4.3 กิโลกรัม สรุปแล้วได้ค่าแรง 22 บาท พี่โขงบอกว่าสถิติสูงสุดของไร่นี้ คือคนเดียวเก็บได้ 109 กิโลกรัม (เก็บทั้งวัน)</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/08.jpg" alt="" /><br />
<em>เครื่องปลอกเปลือกผลเชอร์รี่แบบมือหมุน</em></p>
<p>หลังจากนั้นก็มาทำกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยว หรือเรียกเท่ห์ว่าโปรเซส เริ่มจากคัดแยกเมล็ดเสียที่ลอยน้ำ นำไปปลอกเปลือกด้วยเครื่องแบบมือหมุน(แบบมอเตอร์ก็มี แต่วิธีมือจะลดการที่เครื่องจะบดเมล็ดแตกได้เยอะกว่า และได้ฟิลกว่า) นำมาลอยน้ำแยกเมล็ดที่ลอยออกอีกครั้งและนำเปลือกที่เหลือออก จากนั้นในถุงแช่น้ำอีก 1 คืน รุ่งเช้านำไปขัดเมือก และใส่ถุงกลับบ้าน ไปตากทำกาแฟกะลา คั่วกินเองด้วยความภาคภูมิใจ</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/09.jpg" alt="" /><br />
<em>ร้านขายของชำในหมู่บ้าน</em></p>
<p>ตอนเย็นๆได้เดินเล่นในหมู่บ้าน เพื่อหาของกิน ก็พบว่าทุกบ้านในหมู่บ้านนี้ ทำกาแฟหมดทุกบ้าน มองเข้าไปในบ้านแต่ล่ะบ้านจะมีกระจาดในกาแฟที่เอาไว้ตากตอนเช้า และกระสอบใส่กาแฟเตรียมส่งให้พ่อค้าหรือโรงคั่วที่เดินทางมาซื้อที่หมู่บ้าน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/10.jpg" alt="" /><br />
<em>สุดยอดภูมิปัญญาชาวบ้าน</em></p>
<p>เดินไปเจอกับพี่ที่เหมือนกำลังซักผ้าแต่มีกาแฟอยู่ใกล้ๆ เมื่อไปสอบถามก็ถึงเข้าใจ กำลังขัดเมือกกาแฟอยู่ เป็นอะไรที่ไอเดียดีมาก ใช้เครื่องมือใกล้ตัวให้เป็นประโยชน์ ไม่ต้องพึ่งเครื่องราคาแพง ประหยัดแรง ประหยัดไฟ และที่เด็ดสุดคือ เครื่องนี้ก็ใช้ซักผ้าอีกด้วย!!</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/11.jpg" alt="" /><br />
<em>โฮมสเตย์ที่ไปอาศัยอยู่ เก็บกาแฟกะลาไว้ในบ้านด้วย</em></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/12.jpg" alt="" /><br />
<em>พาชมไร่กาแฟทิปปิก้า</em></p>
<p>รุ่งเช้าพี่โขงมาพาพวกเราขับรถขึ้นเขาและเดินลุยเข้าไปลึกประมาณ 500 เมตรเพื่อไปดูสวนกาแฟที่มีกาแฟทิปปิก้า ที่ปลูกไว้เป็นรุ่นแรกๆของ ดอยสะเก็ด  ผมก็ถือโอกาสเก็บใส่ขวดไปปลูกที่บ้าน หวังว่าจะมีต้นทิปปิก้าไว้ครอบครองบ้าง</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100112_doidaket/13.jpg" alt="" /><br />
<em>ผลกาแฟทิปปิก้าในขวดน้ำ</em></p>
<p>หลังจากนั้นก็เดินทางลงดอยกลับไปเชียงใหม่ ซื้อของฝากและแยกย้ายกันเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=393</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวัสดีปีใหม่ 2553 [Happy New Year 2010]</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=390</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=390#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 05:38:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[illy;กาแฟอิลลี่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=390</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีปีใหม่ทุกท่าน ขอให้ปีนี้เป็นที่ดีสำหรับทุกคน หวังสิ่งใดก็สมปราถนานะครับ เช้าวันแรกของปีเสือ 2010 ผมเลือกที่จะเริ่มด้วยกาแฟ Illy จากประเทศอิตาลี โดยส่วนตัวเลยยังไม่เคยได้ชิม ได้กินชื่อเสียงมาว่าเป็นกาแฟที่มีคุณภาพมาก แพ็คใส่กระป๋องอย่างดีกันเพื่อรักษาคุณภาพกาแฟให้สดใหม่เหมือนออกจากโรงคั่ว ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ลองกาแฟที่คั่วจากโรงคั่วต่างประเทศ อยากลองดููเหมือนกันว่าจะดีสมที่รอคอยหรือไม่ กระป๋องแพ็คมาอย่างดี หมุนฝาที่ปิดออกจะมีฝาปิดเหมือนปลากระป๋องป้องกันอีกชั้น เมื่อทำการเปิดออกจะเห็นเมล็ดคั่วในระดับกลางๆ ไม่เข้มมาก สีของเมล็ดสวย แต่ผิดจากที่คาดไว้ตอนแรก ที่ึิคิดว่าเปิดมาแล้วจะมีแรงดันจากการคายก๊าชของเมล็ดออกมาแบบทั่วๆไป แต่คงจะเป็นเพราะระหว่างบรรจุกระป๋อง โรงงานได้ใส่ก๊าซบ้างอย่างลงไป(อันนี้ไม่แน่ใจว่าก๊าซอะไร) ทำให้ยืดอายุกาแฟไปให้นานขึ้น และกลิ่นที่ได้ก็ไม่ได้จัดจานชัดเจนมากนัก บดด้วยเครื่องคั่วตัวเก่งในระดับค่อนข้างหยาบ เพื่อจะชงแบบ Drip ซึ่งผมคิดว่าเป็นการชงที่คลาสสิคและสนุกที่สุดแล้ว ถึงว่าจะทำกาแฟออกมาได้ไม่ดีที่สุด เพราะปัจจัยเยอะ ระหว่างชง น่าแปลกใจที่ผงกาแฟไม่มีอาการพองเกิดขึ้น แต่รสชาติที่ออกมาได้ ก็ถือว่าค่อนข้างดี ถึงแม้ว่าราคานี้ จะซื้อกาแฟนอกจากโรงคั่วไทยได้ 2 เท่าก็ตาม แต่อย่างไรก็ถือว่าเป็นการประเดิมกาแฟแก้วแรกของปีด้วยกาแฟดี เท่านี้ชื่นใจ ขอให้ปีนี้ทุกคนได้กินกาแฟอย่างมีความสุขทั้งปีนะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีปีใหม่ทุกท่าน ขอให้ปีนี้เป็นที่ดีสำหรับทุกคน หวังสิ่งใดก็สมปราถนานะครับ</p>
<p>เช้าวันแรกของปีเสือ 2010 ผมเลือกที่จะเริ่มด้วยกาแฟ Illy จากประเทศอิตาลี โดยส่วนตัวเลยยังไม่เคยได้ชิม ได้กินชื่อเสียงมาว่าเป็นกาแฟที่มีคุณภาพมาก แพ็คใส่กระป๋องอย่างดีกันเพื่อรักษาคุณภาพกาแฟให้สดใหม่เหมือนออกจากโรงคั่ว</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100101_new_year/01.jpg" alt="" /></p>
<p><span id="more-390"></span>ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ลองกาแฟที่คั่วจากโรงคั่วต่างประเทศ อยากลองดููเหมือนกันว่าจะดีสมที่รอคอยหรือไม่</p>
<p>กระป๋องแพ็คมาอย่างดี หมุนฝาที่ปิดออกจะมีฝาปิดเหมือนปลากระป๋องป้องกันอีกชั้น เมื่อทำการเปิดออกจะเห็นเมล็ดคั่วในระดับกลางๆ ไม่เข้มมาก สีของเมล็ดสวย แต่ผิดจากที่คาดไว้ตอนแรก ที่ึิคิดว่าเปิดมาแล้วจะมีแรงดันจากการคายก๊าชของเมล็ดออกมาแบบทั่วๆไป แต่คงจะเป็นเพราะระหว่างบรรจุกระป๋อง โรงงานได้ใส่ก๊าซบ้างอย่างลงไป(อันนี้ไม่แน่ใจว่าก๊าซอะไร) ทำให้ยืดอายุกาแฟไปให้นานขึ้น และกลิ่นที่ได้ก็ไม่ได้จัดจานชัดเจนมากนัก</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100101_new_year/02.jpg" alt="" /></p>
<p>บดด้วยเครื่องคั่วตัวเก่งในระดับค่อนข้างหยาบ เพื่อจะชงแบบ Drip ซึ่งผมคิดว่าเป็นการชงที่คลาสสิคและสนุกที่สุดแล้ว ถึงว่าจะทำกาแฟออกมาได้ไม่ดีที่สุด เพราะปัจจัยเยอะ</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100101_new_year/03.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;">
<img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20100101_new_year/04.jpg" alt="" /></p>
<p>ระหว่างชง น่าแปลกใจที่ผงกาแฟไม่มีอาการพองเกิดขึ้น แต่รสชาติที่ออกมาได้ ก็ถือว่าค่อนข้างดี ถึงแม้ว่าราคานี้ จะซื้อกาแฟนอกจากโรงคั่วไทยได้ 2 เท่าก็ตาม</p>
<p>แต่อย่างไรก็ถือว่าเป็นการประเดิมกาแฟแก้วแรกของปีด้วยกาแฟดี เท่านี้ชื่นใจ</p>
<p>ขอให้ปีนี้ทุกคนได้กินกาแฟอย่างมีความสุขทั้งปีนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=390</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คั่วยากคั่วเย็น by Gene Cafe&#8217;</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=385</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=385#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Dec 2009 15:38:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[gene cafe']]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=385</guid>
		<description><![CDATA[อาทิตย์ที่แล้วได้รับโถใส่กาแฟจากผู้ขายแล้ว  แต่เมื่อนำดำเนินการคั่วได้เพียง 30 วินาที ย้ำ 30 วินาที เท่านั้น เครื่องก็หยุดทำงานไฟไม่เข้าเครื่ือง เปลี่ยนปลั๊ก เช็คฟิล ทำยังไงก็ไม่สามารถเิปิดเครื่องได้อีก เลยกลายเป็นเรื่องงานเข้าอีกรอบ วันรุ่งขึ้นไปซื้อโวลล์มิเตอร์มาตรวจสอบระบบวงจรภายในเครื่องคร่าวๆ งัดเครื่องออกมาดูจากภายนอกแล้วทุกอย่างปกติ ไม่มีชิ้นส่วนไหม้ สายไฟต่อครบไม่หลุด ตรวจสอบสายไฟไม่มีขาดใน ตรวจสอบระบบกระแสไฟเข้ามาจนถึงบอร์ดปกติ แต่เมื่อกดปุ่มเปิด(สีฟ้า) ไม่สามารถเปิดได้ จากการทดลองเสียบปลั๊กค้างเอาไว้ หม้อแปลงจับดูแล้วมีความร้อนสะสมอยู่ คาดว่าไฟฟ้าคงรอจ่ายเข้าไปใช้งาน (หรือเปล่า) จึงสรุปเอาเองได้ว่า 1.  ปุ่มกดเปิดมีปัญหา 2.  ลายวงจร mainboard มีปัญหา 3.  Chip ที่ควบคุมมีปัญหา 4. ไฟฟ้าประเทศไทยกับเครื่องไม่เข้ากัน (แต่ตอนแรกใช้ได้ จนเมื่อเริ่มคั่วนี่ล่ะ) 5. ผมเองที่ใช้งานมันไม่เป็น แล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างไร 1. หาช่างซ่อมเอง 1.1 ช่างขอนแก่น / ลองส่งซ่อมที่ร้านอมรแล้ว ก็ซ่อมไม่เป็น บอกเป็นกับอะไหล่ภายใน ช่างคนอื่นที่เก่งๆ ยังหาไม่ได้ 1.2 ช่างบ้านหม้อ / [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091210_gene_error01/gene_cafe_01.JPG" alt="" /></p>
<p>อาทิตย์ที่แล้วได้รับโถใส่กาแฟจากผู้ขายแล้ว  แต่เมื่อนำดำเนินการคั่วได้เพียง 30 วินาที ย้ำ 30 วินาที เท่านั้น เครื่องก็หยุดทำงานไฟไม่เข้าเครื่ือง เปลี่ยนปลั๊ก เช็คฟิล ทำยังไงก็ไม่สามารถเิปิดเครื่องได้อีก เลยกลายเป็นเรื่องงานเข้าอีกรอบ</p>
<p><span id="more-385"></span> วันรุ่งขึ้นไปซื้อโวลล์มิเตอร์มาตรวจสอบระบบวงจรภายในเครื่องคร่าวๆ งัดเครื่องออกมาดูจากภายนอกแล้วทุกอย่างปกติ ไม่มีชิ้นส่วนไหม้ สายไฟต่อครบไม่หลุด ตรวจสอบสายไฟไม่มีขาดใน ตรวจสอบระบบกระแสไฟเข้ามาจนถึงบอร์ดปกติ แต่เมื่อกดปุ่มเปิด(สีฟ้า) ไม่สามารถเปิดได้ จากการทดลองเสียบปลั๊กค้างเอาไว้ หม้อแปลงจับดูแล้วมีความร้อนสะสมอยู่ คาดว่าไฟฟ้าคงรอจ่ายเข้าไปใช้งาน (หรือเปล่า)</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091210_gene_error01/gene_cafe_02.JPG" alt="" /></p>
<p>จึงสรุปเอาเองได้ว่า</p>
<p>1.  ปุ่มกดเปิดมีปัญหา<br />
2.  ลายวงจร mainboard มีปัญหา<br />
3.  Chip ที่ควบคุมมีปัญหา<br />
4. ไฟฟ้าประเทศไทยกับเครื่องไม่เข้ากัน (แต่ตอนแรกใช้ได้ จนเมื่อเริ่มคั่วนี่ล่ะ)<br />
5. ผมเองที่ใช้งานมันไม่เป็น</p>
<p><strong>แล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างไร</strong></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">1. หาช่างซ่อมเอง</span><br />
1.1 ช่างขอนแก่น / ลองส่งซ่อมที่ร้านอมรแล้ว ก็ซ่อมไม่เป็น บอกเป็นกับอะไหล่ภายใน ช่างคนอื่นที่เก่งๆ ยังหาไม่ได้<br />
1.2 ช่างบ้านหม้อ / แหล่งรวมอุปกรณ์และช่างมือดี หวังว่าอาจจะมีซักคนที่ช่วยได้ แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันเลยว่าถ้าดันดนไปถึงที่นั้นแล้วจะซ่อมได้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">2. ส่งเครม</span><br />
2.1 ถ้าตรวจสอบพบว่าเป็นชิ้นส่วนไหน ผู้ขายก็จะส่งอะไหล่ตัวนั้นมาเลย แต่ถ้าเช็คพลาดก็จบทันทีเช่นกัน<br />
2.2 ส่งกลับไปทั้งเครื่องเลย แต่ เสียทั้งเงิน ทั้งเวลาเครม</p>
<p>เหมือนสุดท้ายแล้วจะไม่มีวิธีไหนรับประกันเลยว่าเครื่องจะสามารถใช้งานได้อย่างเป็นปกติ  แต่ยังไงเสียแล้ว ก็ต้องหาทางให้มันใช้งานให้ได้สินะ  ยังไม่เริ่มคั่วเลยก็เจอปัญหาเสียแล้ว อุปสรรคเยอะจริงๆ</p>
<p style="text-align: center;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/pTJEsoH61_M&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/pTJEsoH61_M&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=385</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำนองที่หายไป [I want chamber]</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=373</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=373#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Nov 2009 15:30:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[gene cafe;ebay limit;roater]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=373</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่คั่วกาแฟด้วยกะทะมาจนตบะแก่กล้า ก็ได้อัพเกรดตัวเองขึ้นมาเล็กน้อยด้วยหวังว่าจะไม่ต้องทำกาแฟดีๆให้ต้องเสียไปอีกแล้ว  ด้วยเครื่องคั่วตัวเล็กเหมาะแก่การเริ่มเรียนรู้เรื่องคั่วกาแฟขั้นต่อไปของผมก็คือ Gene Cafe&#8217; จากเกาหลีใต้ ที่จริงอยากได้มานานแล้ว แต่ยังหาข้ออ้างให้ตัวเองไม่ได้เสียที  แต่ตอนนี้ได้ข้ออ้างเรื่องคุณภาพของกาแฟที่ร้านและเพื่อการเรียนรู้หรือสนองตัณหาตัวเองดีๆนั้นล่ะ ในส่วนเรื่องคุณภาพก็ส่วนนึง แต่ที่สำคัญคือปริมาณกาแฟ ร้านอื่นอาจจะคั่วกาแฟเอง เพราะต้องใช้เยอะ แต่ร้านผมตรงข้ามครับ(ประจานตัวเองซะงั้น) ถ้าจะสั่งคั่วกาแฟ 2 แหล่ง แหล่งล่ะ 2 ระดับ ปริมาณ 1 กิโล และต้องคั่ววันพฤหัสด้วย เพราะผมขายวัน เสาร์ &#8211; อาทิตย์  คงไม่มีโรงคั่วที่ไหนรับออร์เดอร์อันน้อยนิดของผมแน่ๆ   จึงเป็นที่มาของการเดินทางของ gene cafe&#8217; ตัวนี้ นี่เองงงงง (กรุณาอ่านแบบทีวีแชมป์เปี่ยน) แต่มันไม่ใช่เรื่องราบลื่นเท่าใดนัก เพราะผมสั่งซื้อจาก ebay ในราคา 500$ คูณกับค่าเงินดอลล่าที่อ่อนแอช่วงนี้มันช่างถูกกว่าในเวปที่ขาย ไม่รอช้าทำเรื่องซื้อทันที ต้องไปเปิดบัตรเครดิตและบัญชี paypal ใหม่ แต่พอจะซื้อก็ซื้อไม่ได้ เนื่องจากระบบ paypal ตรวจสอบว่าผมพึ่งเปิดบัตรเครดิตและบัญชี paypal ในเวลาใกล้เคียงกัน ซื้อของราคาเกิน 100$ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะโกงคนขายที่อยู่อเมริกา ระบบจึงไม่ยอมจ่ายเงิน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่คั่วกาแฟด้วยกะทะมาจนตบะแก่กล้า ก็ได้อัพเกรดตัวเองขึ้นมาเล็กน้อยด้วยหวังว่าจะไม่ต้องทำกาแฟดีๆให้ต้องเสียไปอีกแล้ว  ด้วยเครื่องคั่วตัวเล็กเหมาะแก่การเริ่มเรียนรู้เรื่องคั่วกาแฟขั้นต่อไปของผมก็คือ Gene Cafe&#8217; จากเกาหลีใต้</p>
<p>ที่จริงอยากได้มานานแล้ว แต่ยังหาข้ออ้างให้ตัวเองไม่ได้เสียที  แต่ตอนนี้ได้ข้ออ้างเรื่องคุณภาพของกาแฟที่ร้านและเพื่อการเรียนรู้หรือสนองตัณหาตัวเองดีๆนั้นล่ะ</p>
<p>ในส่วนเรื่องคุณภาพก็ส่วนนึง แต่ที่สำคัญคือปริมาณกาแฟ ร้านอื่นอาจจะคั่วกาแฟเอง เพราะต้องใช้เยอะ แต่ร้านผมตรงข้ามครับ(ประจานตัวเองซะงั้น) ถ้าจะสั่งคั่วกาแฟ 2 แหล่ง แหล่งล่ะ 2 ระดับ ปริมาณ 1 กิโล และต้องคั่ววันพฤหัสด้วย เพราะผมขายวัน เสาร์ &#8211; อาทิตย์  คงไม่มีโรงคั่วที่ไหนรับออร์เดอร์อันน้อยนิดของผมแน่ๆ   จึงเป็นที่มาของการเดินทางของ gene cafe&#8217; ตัวนี้ นี่เองงงงง (กรุณาอ่านแบบทีวีแชมป์เปี่ยน)</p>
<p>แต่มันไม่ใช่เรื่องราบลื่นเท่าใดนัก เพราะผมสั่งซื้อจาก ebay ในราคา 500$ คูณกับค่าเงินดอลล่าที่อ่อนแอช่วงนี้มันช่างถูกกว่าในเวปที่ขาย ไม่รอช้าทำเรื่องซื้อทันที ต้องไปเปิดบัตรเครดิตและบัญชี paypal ใหม่ แต่พอจะซื้อก็ซื้อไม่ได้ เนื่องจากระบบ paypal ตรวจสอบว่าผมพึ่งเปิดบัตรเครดิตและบัญชี paypal ในเวลาใกล้เคียงกัน ซื้อของราคาเกิน 100$ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะโกงคนขายที่อยู่อเมริกา ระบบจึงไม่ยอมจ่ายเงิน ต้องเดือดร้อนไปขอใช้ paypal ของเพื่อนจ่ายเงิน</p>
<p>จ่ายเงินแล้วก็รอๆๆ กว่าจะบินมาไทย 2 อาทิตย์ อยู่ศุลกากรอีก 1 อาทิตย์ ใบรับของมาถึงบ้่าน เจอภาษีไปอีก 30% กระเป๋าแบนไปเลย แต่ไม่เป็นไร ในใจตอนนั้นคิดแต่โปรไฟส์ในการคั่วกาแฟอย่างเดียว  แ่ต่เปิดกล่องออกมาแล้วปรากฎมีอะไรแปลกๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091126/01.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: left;"><span id="more-373"></span> ของอย่างอื่นมาครบ แต่ขาดอะไรทีสำคัญมากๆไปอย่างนึง  &#8230;มันคือโถใส่กาแฟ [Chamber] ที่จะนำไปคั่วนั้นเอง ..หาในกล่องกี่ครั้งก็ไม่เจอ  ตอนนั้นซีดไปเลย และค่อนข้างอารมณ์เสีย ตอนแรกไม่แน่ใจว่า ศุลกากรเอาไปหรือเปล่า  แต่ศุลกากรจะเอาไปทำไม และไปอ่านในเนตเจอบอกว่า ถ้าศุลกากรเกะกล่อง จะมีแถบกาวของศุลกากรติดทับมาอีกที และดูที่แถบของ USPS ที่ส่งมาก็ไม่มีรอยตัดจากที่อื่น จึงน่าจะเป็นการผิดพลาดของผู้ส่ง</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091126/02.jpg" alt="" /></p>
<p>ไม่รอช้า ลำดับแรกระงับการจ่ายเงินที่ paypal ก่อนเลย แล้วเมลล์ไปถามคนขาย ว่าอะไรยังไง (ไม่เก่งภาษาอังกฤษเสียด้วย ลำบากจริงๆ)  ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเช็คคนขายมาดีแล้วเป็น Top Seller ของ ebay เสียด้วย คุยกันอาทิตย์กว่าๆ ก็ยอมส่ง chamber มาให้  ตอนนี้กำลังเดินทางมาอยู่ครับ ถ้ามาถึงแล้ว จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกที</p>
<p>ถือเป็นประการณ์ที่ทั้งดีและไม่ดี  ไม่ดีก็คือเสียความรู้สึก+เวลาครับ ทั้งคนซื้อและคนขาย ข้อดีมีนิดนึง ก็คือเป็นครั้งแรกที่คุยกับฝรั่งครับ เพราะปกติไม่ค่อยกล้าคุย ฟุดฟิดฟอไฟ ยังไม่ได้ แต่รอบนี้ความจำเป็นมันบีบบังคับ  ทำให้รู้ว่า &#8230;การต้องการคั่วกาแฟมีมากกว่าความกลัว</p>
<p>*********************************************************</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">เพิ่มเติมเรื่องปัญหา paypal show error </span></p>
<p><strong>&#8220;คุณทำรายการเกินวงเงินที่จำกัดไว้ต่อหนึ่งรายการแล้ว หากต้องการเพิ่มวงเงินจำกัดนี้ ให้คลิก ดูวงเงิน ในหน้า ข้อมูลบัญชีโดยรวมของคุณ&#8221;</strong></p>
<p>ผมว่าคนแปลมีปัญหานะครับ แปลแบบนี้ คนที่เริ่มใช้จะไม่เข้าใจ จะหาไปจุดเพิ่มวงเงินอยู่นั้นล่ะ(หายังไงก็หาไม่เจอ)  ผมเมลล์ไปถาม paypal เลยได้คำตอบครับ</p>
<p><span style="color: #3366ff;">If you received the message saying that the payment exceeds your per transaction limit, it means your payment was rejected by our security system for the suspicious risky factors in your payment detected. As this is regarding our complicated system setting, no one can change it. You know that we also would like the payments to go through which is the reason why we are running this business, yet PayPal needs to find a balance between profit and security.</span></p>
<p>สรุปแล้วเป็น security ของระบบจ่ายไม่ได้ ไปซื้อของที่ถูกกว่านี้เพื่อเพิ่มเครดิต หรือไม่ก็หายืม paypal ของคนอื่นไปก่อน</p>
<p>ที่ต้องมาอธิบาย เพราะผม search ในเนต คนเจอปัญหาเยอะมาก แต่ไม่มีใครสามารถบอกวิธีแก้ได้ เลยนำมาลง เผื่อจะมีผู้โชคดีมาเจอบ้าง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=373</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลมหนาวพัดโบกโบย [Winter Fall]</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=369</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=369#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Nov 2009 16:46:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=369</guid>
		<description><![CDATA[เริ่มมีลดหนาวพัดเข้ามาแล้ว ถือเป็นผลดีกับที่ร้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นร้านโอเพ่นแอร์จึงทำให้โดยรวมร้อน ลมหนาวมาก็ให้บรรยากาศดีขึ้น และเมนูร้อนขายออกบ้าง ของว่างที่ช่วงนี้เริ่มนำมาขายเป็น แซนวิทแบบง่ายๆนะครับ มีทั้งแบบสดและแบบใช้เครื่องหนีบ ตอนแรกก็คิดว่าจะพวกเบเกอร์ แต่คิดไปคิดมาไม่คุ้น และร้านอื่นๆเค้าก็ทำกันหมดแล้ว เลยหันมาสนใจสินค้าตัวอื่นดีกว่า  ตอนนี้กำลังหาทางทำให้มันอร่อยกว่าปกติทั่วไป เพราะตอนนี้รสชาติยังธรรมดา สมราคาอยู่ ช่วงว่างๆทดสอบชากินเล่นที่ร้านครับ เห็นนมข้นหวานในกระป๋องเหลือนิดหน่อย เลยทำใ่ส่ในนั้นเลย ได้ฟิลไปอีกแบบ  ตอนเด็กผมจะชอบมากเลย โอเลี้ยง โอยั๊ว ที่ได้ใส่กระป๋องมันช่างเม่ห์จริงๆ เพราะกว่าจะได้มา ต้องให้คนอื่นกินก่อน กว่าจะเหลือกระป๋องมาได้ คือมันมีจำนวนน้อยนั้นเอง ช่วงหลังๆตอนปิดร้านวันอาทิตย์ ผมต้องทำการใส่ถุงแยกน้ำแข็งเอาไว้ให้ป้าที่้บ้านกินครับ ทำไว้ 5 วันพอดี แต่แกบอกว่ามันอยู่ไม่ถึงวันศุกร์หรอก เพราะมีเพื่อนบ้านมาเล่นด้วย แกก็เอาไปขายต่อซะอย่างนั้น อาจจะดูเสียคลาสกาแฟสดไปบ้าง แต่มัดปากถุงแน่นๆนี่ เก็บกลิ่นได้ดีกว่าใส่แก้วเยอะเลยนะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เริ่มมีลดหนาวพัดเข้ามาแล้ว ถือเป็นผลดีกับที่ร้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นร้านโอเพ่นแอร์จึงทำให้โดยรวมร้อน ลมหนาวมาก็ให้บรรยากาศดีขึ้น และเมนูร้อนขายออกบ้าง</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091122/01.jpg" alt="" /></p>
<p><span id="more-369"></span>ของว่างที่ช่วงนี้เริ่มนำมาขายเป็น แซนวิทแบบง่ายๆนะครับ มีทั้งแบบสดและแบบใช้เครื่องหนีบ ตอนแรกก็คิดว่าจะพวกเบเกอร์ แต่คิดไปคิดมาไม่คุ้น และร้านอื่นๆเค้าก็ทำกันหมดแล้ว เลยหันมาสนใจสินค้าตัวอื่นดีกว่า  ตอนนี้กำลังหาทางทำให้มันอร่อยกว่าปกติทั่วไป เพราะตอนนี้รสชาติยังธรรมดา สมราคาอยู่</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091122/02.jpg" alt="" /></p>
<p>ช่วงว่างๆทดสอบชากินเล่นที่ร้านครับ เห็นนมข้นหวานในกระป๋องเหลือนิดหน่อย เลยทำใ่ส่ในนั้นเลย ได้ฟิลไปอีกแบบ  ตอนเด็กผมจะชอบมากเลย โอเลี้ยง โอยั๊ว ที่ได้ใส่กระป๋องมันช่างเม่ห์จริงๆ เพราะกว่าจะได้มา ต้องให้คนอื่นกินก่อน กว่าจะเหลือกระป๋องมาได้ คือมันมีจำนวนน้อยนั้นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091122/03.jpg" alt="" /></p>
<p>ช่วงหลังๆตอนปิดร้านวันอาทิตย์ ผมต้องทำการใส่ถุงแยกน้ำแข็งเอาไว้ให้ป้าที่้บ้านกินครับ ทำไว้ 5 วันพอดี แต่แกบอกว่ามันอยู่ไม่ถึงวันศุกร์หรอก เพราะมีเพื่อนบ้านมาเล่นด้วย แกก็เอาไปขายต่อซะอย่างนั้น</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091122/04.jpg" alt="" /></p>
<p>อาจจะดูเสียคลาสกาแฟสดไปบ้าง แต่มัดปากถุงแน่นๆนี่ เก็บกลิ่นได้ดีกว่าใส่แก้วเยอะเลยนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=369</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชิมไปถือไป [Take home with motorcycle]</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=365</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=365#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Nov 2009 16:36:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[latte art]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงใส่แก้วกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=365</guid>
		<description><![CDATA[บ่อยครั้งที่มีลูกค้าขับมอเตอร์ไซ มาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆกลับไปกินที่บ้านหรือในห้องเรียน  แต่เมื่อขับมาคนเดียวก็จะถือลำบาก ร้านผมก็ยังหาซื้อถุงแบบถุงเดี่ยว(ทีแบ็ค) ไม่ได้เลยเกิดไอเดียดันแปลงดังในรูปด้านบน ซึ่งสามารถใช้งานเหมือนกัน แก้วจะไม่ตะแคงหกขณะอยู่บนแฮนมอเตอร์ไซ แต่จะเปลืองถุงและมียางเข้ามาเกี่ยวข้อง อาจทำให้โลกร้อนขึ้นนิดนึง  แต่ก็อยากนำมาแบ่งบันเป็นแนวทางให้คนอื่นไปลองใช้กันนะครับ ลมหนาวเริ่มพัดโบกโบยให้ได้รับอากาศเย็นๆ (แต่ที่ร้านลมแรงมาก) มีหลายคนสั่งเมนูร้อน และก็ได้ทำลาเต้ร้อนกันบ้าง แต่เริ่มเบื่อๆการเทบนแก้วกระเบื้องเสียแล้ว เลยนึกถึงกระืทู้ของ พี่บุ๊งแห่ง bkksprolab เคยนำรูปลาเต้บนขนาดประมาณ 6 ออนซ์ มาให้ชมจาก บลอกนี้ เลยเป็นแรงงบันดาลใจที่จะลองทำเลียนแบบดูบ้าง ได้ดังรูปข้างล่างครับ คนล่ะระดับเลยใช่ไหมล่ะครับ ลายไม่ขึ้นเลย เทยากเหมือนกันกาแฟที่ใช่วันนี้คั่วระดับเข้มเสียด้วย ติดกลิ่นไหม้มานิดหน่อย ทำเป็นลาเต่้แล้วขมมากเลยครับ  แต่เพื่อนกินแล้วบอก แบบนี้สิเข้มข้นของจริง ว่าแล้วก็ขอน้ำตาลมาเ้ติมหน่อย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091102/01.jpg" alt="" /></p>
<p>บ่อยครั้งที่มีลูกค้าขับมอเตอร์ไซ มาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆกลับไปกินที่บ้านหรือในห้องเรียน  แต่เมื่อขับมาคนเดียวก็จะถือลำบาก ร้านผมก็ยังหาซื้อถุงแบบถุงเดี่ยว(ทีแบ็ค) ไม่ได้เลยเกิดไอเดียดันแปลงดังในรูปด้านบน ซึ่งสามารถใช้งานเหมือนกัน แก้วจะไม่ตะแคงหกขณะอยู่บนแฮนมอเตอร์ไซ แต่จะเปลืองถุงและมียางเข้ามาเกี่ยวข้อง อาจทำให้โลกร้อนขึ้นนิดนึง  แต่ก็อยากนำมาแบ่งบันเป็นแนวทางให้คนอื่นไปลองใช้กันนะครับ</p>
<p><span id="more-365"></span></p>
<p>ลมหนาวเริ่มพัดโบกโบยให้ได้รับอากาศเย็นๆ (แต่ที่ร้านลมแรงมาก) มีหลายคนสั่งเมนูร้อน และก็ได้ทำลาเต้ร้อนกันบ้าง แต่เริ่มเบื่อๆการเทบนแก้วกระเบื้องเสียแล้ว เลยนึกถึงกระืทู้ของ พี่บุ๊งแห่ง bkksprolab เคยนำรูปลาเต้บนขนาดประมาณ 6 ออนซ์ มาให้ชมจาก <a title="http://bkksprolab.com/?p=1145" href="http://bkksprolab.com/?p=1145" target="_blank">บลอกนี้ </a>เลยเป็นแรงงบันดาลใจที่จะลองทำเลียนแบบดูบ้าง ได้ดังรูปข้างล่างครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091102/02.jpg" alt="" /></p>
<p>คนล่ะระดับเลยใช่ไหมล่ะครับ ลายไม่ขึ้นเลย เทยากเหมือนกันกาแฟที่ใช่วันนี้คั่วระดับเข้มเสียด้วย ติดกลิ่นไหม้มานิดหน่อย ทำเป็นลาเต่้แล้วขมมากเลยครับ  แต่เพื่อนกินแล้วบอก แบบนี้สิเข้มข้นของจริง ว่าแล้วก็ขอน้ำตาลมาเ้ติมหน่อย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=365</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันว่างๆกับการคั่วกาแฟ(ย้อนยุค)</title>
		<link>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=361</link>
		<comments>http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=361#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Oct 2009 12:20:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>skipper</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[coffee;home roater]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cuppacafeic.com/blog/?p=361</guid>
		<description><![CDATA[ปกติแล้วกาแฟที่ขายไม่หมด ผมก็จะบดมากินตอนเช้าก่อนไปทำงาน แต่เมื่อเป็นช่วงปิดร้าน ก็เลยถือโอกาสคั่วกาแฟกินเองซะเลย (ยังไม่กล้าเอาไปขาย) แต่ก่อนเคยแต่คั่วกาแฟจากแหล่งเดียว วันนี้ของแอดวานขึ้นมานิดนึง นำสารกาแฟจาก 2 แหล่งมาเบลนก่อนคั่วในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ด้านซ้ายคือ ดอยช้าง เอเอ ซื้อจากบลูคอฟประมาณปีที่แล้ว เหลืออยู่นิดเดียว เนื่องจากบลูคอฟประกาศงดขายกาแฟในปีนี้  ด้านขวาคือ เทพเสด็จ ที่ใช้ในร้าน ขอซื้อมาจาก พี่อุดมชัย มิสเตอร์ลี เนื่องจากนำไปโชว์ให้ลูกค้าดู และเอามาดูเองด้วย จากนั้นก็คั่วด้วยกะทะแบบดิบๆเหมือนเดิม แต่รู้สึกว่ากาแฟจากดอยช้างจะสุกเร็วกว่าแฮะ ทำไงดีล่ะ&#8230; ก็เร่งไฟเข้าไป แต่สงสัยจะเร่งน้อยไป ตั้งใจให้แครกแีรกทีนาทีที่ 8 แต่เลยไปที่นาทีที่ 11 แครกที่สองตามาเร็วมาก นาทีีีที่ 15 เอง  เป็นอันนี้ลอตนี้ไม่ดีแน่ๆ คูลลิ่งกันแบบนี้ล่ะครับ แบบดิบๆ+มักง่าย ภาพด้านบน นักคั่วกาแฟมืออาชีพ เห็นแล้วอาจจะกุมขมับก็ขออภัยกับภาพนี้ด้วย ว่าแล้วเมื่อคั่วเสร็จ ก็ทำการคัปเทสครับ  ถึงแม้จะคั่วกะทะผมก็คัปเทสนะครับ (ทำเป็นดูดี อยากให้อินเตอร์เหมือนคนอื่นบ้าง) ทดลองดูแ้ล้วก็พอรับได้ (เข้าข้างตัวเองหรือเปล่าไม่รู้) ไม่ติดกลิ่นไหม้อย่างที่คิด แต่มีแอซิริตี้ที่ไม่ดีอยู่มาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปกติแล้วกาแฟที่ขายไม่หมด ผมก็จะบดมากินตอนเช้าก่อนไปทำงาน แต่เมื่อเป็นช่วงปิดร้าน ก็เลยถือโอกาสคั่วกาแฟกินเองซะเลย (ยังไม่กล้าเอาไปขาย)</p>
<p>แต่ก่อนเคยแต่คั่วกาแฟจากแหล่งเดียว วันนี้ของแอดวานขึ้นมานิดนึง นำสารกาแฟจาก 2 แหล่งมาเบลนก่อนคั่วในอัตราส่วน 1 ต่อ 1</p>
<p>ด้านซ้ายคือ ดอยช้าง เอเอ ซื้อจากบลูคอฟประมาณปีที่แล้ว เหลืออยู่นิดเดียว เนื่องจากบลูคอฟประกาศงดขายกาแฟในปีนี้  ด้านขวาคือ เทพเสด็จ ที่ใช้ในร้าน ขอซื้อมาจาก พี่อุดมชัย มิสเตอร์ลี เนื่องจากนำไปโชว์ให้ลูกค้าดู และเอามาดูเองด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091010_roat_blen/01.jpg" alt="" /></p>
<p><span id="more-361"></span> จากนั้นก็คั่วด้วยกะทะแบบดิบๆเหมือนเดิม แต่รู้สึกว่ากาแฟจากดอยช้างจะสุกเร็วกว่าแฮะ ทำไงดีล่ะ&#8230; ก็เร่งไฟเข้าไป แต่สงสัยจะเร่งน้อยไป ตั้งใจให้แครกแีรกทีนาทีที่ 8 แต่เลยไปที่นาทีที่ 11 แครกที่สองตามาเร็วมาก นาทีีีที่ 15 เอง  เป็นอันนี้ลอตนี้ไม่ดีแน่ๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091010_roat_blen/02.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;">คูลลิ่งกันแบบนี้ล่ะครับ แบบดิบๆ+มักง่าย</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091010_roat_blen/03.jpg" alt="" /></p>
<p>ภาพด้านบน นักคั่วกาแฟมืออาชีพ เห็นแล้วอาจจะกุมขมับก็ขออภัยกับภาพนี้ด้วย</p>
<p>ว่าแล้วเมื่อคั่วเสร็จ ก็ทำการคัปเทสครับ  ถึงแม้จะคั่วกะทะผมก็คัปเทสนะครับ (ทำเป็นดูดี อยากให้อินเตอร์เหมือนคนอื่นบ้าง)</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091010_roat_blen/04.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091010_roat_blen/05.jpg" alt="" /></p>
<p>ทดลองดูแ้ล้วก็พอรับได้ (เข้าข้างตัวเองหรือเปล่าไม่รู้) ไม่ติดกลิ่นไหม้อย่างที่คิด แต่มีแอซิริตี้ที่ไม่ดีอยู่มาก บอดี้ไม่มีเลย</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.cuppacafeic.com/image_blog/20091010_roat_blen/06.jpg" alt="" /></p>
<p>ตอนเช้านำมาชงแบบดริปกินอีกครั้ง ก็ยังนับว่าบอดี้น้อยมาก ทั้งที่บดหยาบกว่าเดิม ส่วนกลิ่นและรสก็ยังเป็นแบบธรรมดาของกาแฟไทยๆ ยังพอรับได้กับการคั่วเอง  แต่จากการที่คั่วกะทะมาพบว่า กาแฟที่ได้จะมีปฏิกิริยาทางเคมีภายในเปลี่ยนไปเร็วกว่าปกติ  หรือเอาง่ายๆคืออายุน้อยกว่าปกติ ดีแก็สเร็วกว่าปกติ  และที่สำคัญคืคาเฟอีน ไม่รู้ว่ามีมากกว่าปกติหรือไม่ แต่ถ้ากินกาแฟที่คั่วกะทะเองแล้วจะนอนไม่หลับ ไม่ใช่ว่ากินแล้วตื่นทันที แต่เหมือนมีสารคาเฟอีนตกข้างในตัวมากกว่าปกติ ซึ่งคนอื่นที่กินก็เป็นเช่นกัน</p>
<p>ปล. เปิดร้านอีกทีวันที่ 17 ตุลาคม นี้นะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cuppacafeic.com/blog/?feed=rss2&amp;p=361</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
